posttoday
การค้าขายในกัมพูชา ยุคสงคราม

การค้าขายในกัมพูชา ยุคสงคราม

11 กุมภาพันธ์ 2560

ก่อนจะเล่าเรื่องต่อ ผมขออนุญาตแก้คำผิดของครั้งที่แล้ว เพราะเขียนนามสกุลของเพื่อนผู้มีพระคุณผิด

โดย...กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์

ก่อนจะเล่าเรื่องต่อ ผมขออนุญาตแก้คำผิดของครั้งที่แล้ว เพราะเขียนนามสกุลของเพื่อนผู้มีพระคุณผิด คุณสมชัย ธนสารศิลป์ อีกท่านคือคุณนิ่มครับ ชื่อจริงคือ ณราพร อัครศักดิ์ศรี ขออภัยที่เขียนนามสกุลท่านผิด

ในการเดินทางที่กัมพูชายุคที่ผมไปทำการค้าอยู่นั้น นอกจากถนนหนทางที่ค่อนข้างจะทุรกันดารมากๆ ถนนจากปอยเปตฝั่งตรงข้ามอรัญประเทศไปถึงเมืองศรีโสภณ บันเตียเมียนเจย แค่ 56 กม. ใช้เวลาเดินทางเกือบ 3 ชั่วโมง ดังนั้นเวลาที่ผมออกเดินทางต้องรอเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) มาทำงานก่อน กว่าจะได้ออกเดินทางต้องประมาณ 09.30 น. ไปถึงศรีโสภณก็เที่ยงเศษๆ แล้ว

อาเจ็กโชเฟอร์เจ้าประจำมักจะพาผมไปทานข้าวเที่ยงที่หน้าสถานีรถไฟเมืองศรีโสภณ ซึ่งก็จะเป็นเจ้าประจำที่ทุกครั้งจะต้องไปทานที่นั่น อาหารก็จะประจำครับ มีไก่ผัดขิง เจ้าของร้านผัดได้อร่อยมากๆ ผัดไม่เหมือนที่บ้านเรา โดยเขาจะผัดแบบเขมร คือเอาไก่ฆ่าสดๆ มาสับแล้วลงไปผัด เคี่ยวกับขิงแผ่น ใส่ซีอิ๊ว พริกไทย จนน้ำไก่แห้งสนิท อร่อยติดใจ สั่งทุกครั้ง และกว่าจะได้ทานก็บ่ายโมงกว่าทุกครั้งครับ อีกจานก็เป็นผัดผักกาดขาว เขาผัดกับหมูก็อร่อยดี อีกเมนูที่ประทับใจมากคือ แกงส้มกันจลัว เป็นแกงส้มต้มยำของเวียดนามเขา แต่เจ้าของร้านก็ทำมาให้ทานได้ถูกปากมาก เพราะแกจะเอารสเปรี้ยวจากสับปะรด ใส่ก้านบอน ถูกปากมากเลยครับ

ผมไม่ได้เข้าไปศรีโสภณนานมากแล้ว หลายเดือนก่อนเจอคนงานเขมร เมืองศรีโสภณ ยังถามเขาว่าร้านนี้ยังอยู่ดีหรือเปล่า เขาบอกว่ายังขายอยู่ เข้าใจว่าคนขายเปลี่ยนไป เจ้าของร้านคงจะไม่อยู่แล้วละครับ คงเหลือให้รุ่นต่อๆ ไปแล้วกระมัง

หลังจากทานข้าวเสร็จ ก็จะเริ่มเข้าตลาดขายของละครับ ผมจะเข้าไปคุยถามไถ่การค้าการขาย จากนั้นก็จะนำเสนอขายสินค้า โดยมากเข้าไปสิบร้านจะขายได้เกือบทุกร้านครับ เมื่อหมดจากเมืองศรีโสภณก็จะออกเดินทางไปขายต่อไปตามรายทาง แล้วแต่จะจัดเส้นทางว่าทริปนี้จะไปเส้นไหน เพราะถ้าแยกไปทางซ้ายก็จะตรงไปทางเมืองเสียมเรียบ ถ้าตรงลงไปก็จะไปถึงเมืองพระตะบอง ต่อไปเมืองโพธิสัตว์ เข้าเมืองหลวงพนมเปญ ซึ่งเส้นนี้จะใช้เวลายาวกว่าเส้นทางแรก เส้นแรกจะใช้เวลา 4-5 วัน ส่วนเส้นทางที่สองจะใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน แล้วแต่จะละเอียดแค่ไหน

ผมจะชอบเส้นทางที่สอง เพราะเมืองจะเยอะหน่อย เก็บลูกค้าได้มากกว่า พอเก็บออร์เดอร์เสร็จ ก็จะส่งให้ทางร้านทวีสโตร์ แกก็จะส่งต่อให้เฮียบิ บางครั้งก็เป็นเจ็กเคี้ยง ดีลเลอร์ของร้านทวีสโตร์ที่ปอยเปตอีกที การขายสินค้าของผม ผมจะพยายามแบ่งปันกัน ไม่ทำลายน้ำใจคู่ค้าเรา ในทุกระดับชั้นของลูกค้าต้องมีกำไรกันหมด เราจะไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งเสียเปรียบ เรียกแม่น้ำทั้งสายต้องแบ่งกันกินแบ่งกันใช้ ไม่กินคนเดียว

ส่วนการเก็บเงินลูกค้านั้น เฮียบิและเจ็กเคี้ยงเขาจะเป็นคนเก็บกับลูกค้า แล้วส่งให้ทางร้านทวีสโตร์ที่อรัญประเทศ ทางทวีสโตร์ก็จะชำระให้ผมเป็นเงินสด เป็นการค้าที่วิน-วิน-วิน กันหมด

สินค้าที่เราขายนอกจากของสหพัฒน์แล้ว ในช่วงต่อมาก็จะมีสินค้าตัวอื่นๆ เข้ามาอีกหลายตัว ซึ่งผมจะพยายามไม่ขายสินค้าเยอะตัวเกินไป เพราะถ้าขายสินค้าเยอะหรือหลากหลายเกินไป จะทำให้การดูแลด้านการตลาดจะไม่ทั่วถึง อีกอย่างเวลาขายสินค้าก็ลำบาก แวะเยี่ยมเยือนลูกค้าก็จะใช้เวลาเยอะเกินไป ไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง

ผมจึงจำกัดสินค้าที่ขายไม่เกินสี่ห้าบริษัทเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ