
เมียนมาสองวัน วันทำงานกับวันไม่ทำงาน
ชั่วโมงนี้ใครๆ ก็พูดถึงแต่เมียนมาครับ และจากที่ผมได้พูดคุยกับนักธุรกิจหลายๆ ท่าน รวมถึงได้ไปสัมผัสเมียนมาด้วยตัวเอง ผู้ประกอบการไทยไม่ควรพลาดจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประชากรกว่า 50 ล้านคน จีดีพี 8% และการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก่อนจะไปลุยเมียนมาได้ผู้ประกอบการไทยต้องตีโจทย์ให้แตกก่อนว่าคนเมียนมาซื้อสินค้าหรือบริการอะไร ยอมเสียเงินให้กับสินค้าประเภทไหน เพราะนั่นคือช่องทางที่เราจะเข้าไปแชร์ส่วนแบ่ง ผมเลยจะมาเล่าให้ท่านฟังว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนเมียนมาเป็นอย่างไร อะไรมีอิทธิพลให้เขาควักเงินออกจากกระเป๋า ผมจะแบ่งการใช้จ่ายของเขาเป็นสองวัน คือวันทำงานกับวันไม่ทำงาน ก็วันหยุดสุดสัปดาห์นั่นแหละครับ โดยเน้นไปที่เมืองใหญ่อย่างย่างกุ้งและมัณฑะเลย์
ชั่วโมงนี้ใครๆ ก็พูดถึงแต่เมียนมาครับ และจากที่ผมได้พูดคุยกับนักธุรกิจหลายๆ ท่าน รวมถึงได้ไปสัมผัสเมียนมาด้วยตัวเอง ผู้ประกอบการไทยไม่ควรพลาดจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประชากรกว่า 50 ล้านคน จีดีพี 8% และการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก่อนจะไปลุยเมียนมาได้ผู้ประกอบการไทยต้องตีโจทย์ให้แตกก่อนว่าคนเมียนมาซื้อสินค้าหรือบริการอะไร ยอมเสียเงินให้กับสินค้าประเภทไหน เพราะนั่นคือช่องทางที่เราจะเข้าไปแชร์ส่วนแบ่ง ผมเลยจะมาเล่าให้ท่านฟังว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนเมียนมาเป็นอย่างไร อะไรมีอิทธิพลให้เขาควักเงินออกจากกระเป๋า ผมจะแบ่งการใช้จ่ายของเขาเป็นสองวัน คือวันทำงานกับวันไม่ทำงาน ก็วันหยุดสุดสัปดาห์นั่นแหละครับ โดยเน้นไปที่เมืองใหญ่อย่างย่างกุ้งและมัณฑะเลย์
วันทำงานคนส่วนใหญ่ยังกินข้าวเช้าที่บ้าน และมีจำนวนไม่น้อยที่ห่อข้าวจากบ้านมาเป็นอาหารกลางวัน คนเหล่านี้กระจายตัวทำงานออฟฟิศ ในนิคมอุตสาหกรรม และภาคบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้ต้องทำงานร่วมกับคนต่างชาติซึ่งเป็นนักลงทุน หรือให้บริการนักท่องเที่ยว การสื่อสารภาษาต่างประเทศได้ จะทำให้มีรายได้ที่สูงขึ้นมาก พวกเขาจึงยอมจ่ายเงินเพื่อเรียนภาษาต่างประเทศเพิ่ม โดยภาษาที่นิยมเรียนคือ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน และไทย
ศาสนาพุทธยังเป็นแกนหลักในการดำเนินชีวิตของชาวเมียนมาตกเย็น ทุกวัดจึงเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เพื่อสวดมนต์และนั่งสมาธิ ชีวิตกลางคืนจึงยังไม่คึกคักมากนัก ร้านอาหาร ผับ บาร์มีให้เห็นบ้าง แต่น้อย อีกสาเหตุหนึ่งคงเป็นเพราะกฎหมายยังไม่เอื้อให้เปิดผับหรือบาร์ได้ง่าย
การใช้จ่ายจะเห็นได้ชัดในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ตลาดสดแบบดั้งเดิมจะคึกคักในช่วงเช้าและในช่วงบ่ายถึงเย็น เปรียบเสมือนมหกรรมช็อปปิ้งแห่งชาติ ทุกคนจะไปรวมตัวกันที่ห้างสรรพสินค้า ช็อปปิ้งมอลล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นห้างหรู Taw Win Center หรือช็อปปิ้งมอลล์อย่าง Junction Square, Yankin Center, Sein Gay Har จะแน่นไปด้วยผู้คนที่มาหาซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน อาหาร เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า การแต่งตัวก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ผู้ชายทิ้งโสร่ง Lungyi และรองเท้าแตะไว้ที่บ้าน ออกจากบ้านด้วยกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ผู้หญิงหันมาใส่กระโปรงแฟชั่น ใช้แป้งทานาคา
น้อยลง เปลี่ยนเป็นครีมทาหน้า เครื่องสำอางแทน
สินค้าที่กล่าวถึงนี้ 99% เป็นแบรนด์ต่างประเทศ โดยเฉพาะจากเกาหลีใต้ ไทย ญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลีย ความต้องการสินค้าเกาหลีมาจากอิทธิพลของซีรี่ส์เกาหลีที่ยังส่งออกอย่างต่อเนื่อง การซื้อสินค้าไทยมาจากการเลียนแบบพฤติกรรมที่มองว่าคนไทยใช้สินค้าสมัยใหม่และชื่นชอบสินค้าญี่ปุ่น เพราะเทคโนโลยีของญี่ปุ่นล้ำหน้า คนเมียนมาพร้อมเปิดรับสินค้าใหม่ๆ ตื่นเต้นที่จะได้ทดลองใช้ เพราะเป็นประสบการณ์ใหม่ การออกมาซื้อของกลายเป็นความบันเทิง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านจำนวนและคุณภาพของผู้ซื้อ
ครั้งหน้ามาดูกันครับว่า สินค้าหรือบริการอะไรของไทยที่คนเมียนมายังมีความต้องการอีกมาก และเราจะเริ่มต้นธุรกิจในเมียนมาอย่างไรดี







