
เอเชียหนุนSME
เฟดเอ็กซ์แนะโอกาสค้าเอสเอ็มอีเจาะตลาดเอเชียฯ ปี 2560
เฟดเอ็กซ์แนะโอกาสค้าเอสเอ็มอีเจาะตลาดเอเชียฯ ปี 2560 ดึงอี-คอมเมิร์ซขยายตลาดโลกดันยอดค้าส่งออกโต 20% ในปีหน้า
นางคาเรน เรดดิงตัน ประธานบริษัท เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า จากความผันผวนเศรษฐกิจโลกที่สร้างความกังวลให้กับบางบริษัทในทวีปเอเชียแปซิฟิก แต่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี) มีการเติบโตและมีภาพรวมดีขึ้นต่อเนื่อง ภายใต้โอกาสต่างๆ จากการค้าภายในภูมิภาค ซึ่งเอสเอ็มอีมีความมั่นใจในการทำธุรกิจในอนาคตจากอัตราเติบโตด้านการส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ
ขณะที่ รายได้ธุรกิจเอสเอ็มอีในเอเชียฯ ที่มาจากการส่งออกไปยังตลาดทั่วโลกในปี 2559 ค่อนข้างทรงตัวมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยธุรกิจเอสเอ็มอีส่วนใหญ่เชื่อว่ารายได้ที่มาจากการส่งออกจะเติบโตต่อเนื่องหรือเพิ่มขึ้นในปีนี้ จากการศึกษาล่าสุดพบว่า 9 ใน 10 ของธุรกิจเอสเอ็มอีในภูมิภาคอาเซียนขายสินค้าไปยังตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียฯ และจะมีการขายสินค้าเพิ่มมากขึ้น
“ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและการเชื่อมโยงทางการค้าเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจขนาดเล็ก” นางเรดดิงตัน กล่าว
ทั้งนี้ ผลวิจัยจากเฟดเอ็กซ์พบว่า 4 ใน 10 ของธุรกิจเอสเอ็มอีในเอเชียฯ คาดว่า รายได้ที่มาจากการส่งออกภายในภูมิภาคน่าจะเติบโตได้ในระดับเฉลี่ยมากถึง 20% ในปีหน้า โดยธุรกิจเอสเอ็มอีในเอเชียฯ ยังสามารถทำรายได้จากการส่งออกภายในภูมิภาคได้สูงที่สุดใน 4 ภูมิภาคทั่วโลก สอดคล้องกับผลการวิจัยล่าสุดของธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ที่พบว่า การค้าภายในภูมิภาคเอเชียคิดเป็นสัดส่วน 57% ของมูลค่าการค้ารวมในภูมิภาค
นอกจากนี้ ยังรวมถึงปัจจัยธุรกิจขนาดเล็กในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น รวดเร็ว และสามารถที่จะดำเนินธุรกิจของตนเองในตลาดโลกได้ เช่น อี-คอมเมิร์ซ เอ็ม-คอมเมิร์ซ หรือโซเชียลคอมเมิร์ซ คลาวด์ ฯลฯ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากการวิเคราะห์ของฝ่ายเอสเอ็มอี ธนาคารกรุงเทพ พบว่า อี-คอมเมิร์ซในไทยเติบโตต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 49% ในปี 2559 จาก 69,444 ล้านบาทในปี 2557 และ 83,520 ล้านบาทในปี 2558 และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2563 โดยคิดเป็นมูลค่าถึง 200,592 ล้านบาท
ขณะที่ปัจจุบันอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยเติบโตจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1.ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี 2.นโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และ 3.การทำธุรกรรมทางการเงิน ที่ผลักดันให้เกิดการซื้อขายอี-คอมเมิร์ซขึ้นมา 2 แบบคือ เอ็ม-คอมเมิร์ซ คือ การซื้อขายผ่านทางอุปกรณ์มือถือและโซเชียลคอมเมิร์ซ คือ การซื้อขายผ่านทางโซเชียลมีเดีย
ทั้งนี้ อี-คอมเมิร์ซ จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดความต้องการในการส่งมอบที่รวดเร็วขึ้น โดย 2 ใน 3 ของผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ ยินดีที่จะจ่ายสูงกว่าเพื่อบริการขนส่งที่รวดเร็วกว่า การรักษาความพึงพอใจของลูกค้าในขณะที่สภาวะทางธุรกิจไม่คล่องตัวเป็นสิ่งที่ยาก โดยเฉพาะเกือบ 1 ใน 3 ของธุรกิจเอสเอ็มอีในเอเชียฯ มีอุปสรรคในการแข่งขันกับธุรกิจต่างชาติที่เพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่ๆ และห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพจึงจำเป็นสำหรับธุรกิจขนาดเล็กในการดำเนินธุรกิจ และใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล และโอกาสต่างๆ จากการค้าภายในภูมิภาค







