
ผลกระทบ Brexit เริ่มชัดเจนขึ้น
ประเด็น Brexit ของอังกฤษกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง เมื่อ เทริสา เมย์ แถลงถึงแนวทางการเจรจา Brexit
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
ประเด็น Brexit ของอังกฤษกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง เมื่อ เทริสา เมย์ แถลงถึงแนวทางการเจรจา Brexit ที่ต้องการให้อังกฤษแยกตัวออกจาก EU อย่างสมบูรณ์ในทุกด้าน รวมทั้งการแยกตัวออกจากระบบตลาดเดียว (Single Market) ขณะที่ศาลสูงของอังกฤษก็ตัดสินว่าการเจรจา Brexit จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาอังกฤษก่อน ล่าสุดมีการตีความว่าการแยกตัวออกจากระบบตลาดเดียว กระทบข้อตกลง EEA หรือ European Economic Area ที่แยกจากข้อตกลง EU และรัฐบาลอังกฤษต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาด้วย (EEA เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการคน และเงินทุนเสรีเสมือนเป็นตลาดเดียว)
กว่า 6 เดือนหลังการโหวต Brexit เศรษฐกิจอังกฤษทยอยรับผลกระทบทั้งทางลบและทางบวก สถาบันจัดอันดับ Fitch นำร่องปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอังกฤษลงจาก AA+ เป็น AA ตามด้วย Moody’s และ S&P ปรับลดมุมมองเป็นเชิงลบ ค่าเงินปอนด์ถูกเทขายอย่างรุนแรง และอ่อนค่าลงถึง 15% เนื่องจากนักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของอังกฤษ
ค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง ส่งผลบวกต่อธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในอังกฤษ รวมไปถึงสินค้าหรูหรา ราคาหุ้น Burburry สินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% แต่ในระยะยาวสินค้าส่งออกของอังกฤษอาจต้องพบกับกำแพงภาษีจากกลุ่ม EU และมีราคาสูงขึ้น และอาจสูงขึ้นได้อีกหากต้องเสียภาษีนำเข้าหลังการเจรจา ทำให้ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนการบริโภคที่สูงขึ้น ปัจจุบันตัวเลขเงินเฟ้อของอังกฤษได้ขยับปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความกังวลจากการออกจากระบบตลาดเดียว ทำให้ภาคเอกชนส่วนหนึ่งยุติการขยายสำนักงานและการจ้างงานในอังกฤษ รวมทั้งพิจารณาย้ายสำนักงานใหญ่และฐานการผลิตออกจากอังกฤษ ประเมินกันว่าตำแหน่งงานอาจลดลงถึง 7.5 หมื่นอัตรา และอังกฤษจะสูญเสียรายได้จากภาษีส่วนนี้ไปกว่า 1 หมื่นล้านปอนด์
กระบวนการภายในของอังฤษที่ต้องยืดเยื้อเพิ่มขึ้น ได้ยืดระยะเวลาแห่งความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นอีก และน่าจะกระทบต่อความผันผวน รวมถึงการอ่อนค่าของเงินปอนด์ อีกทั้งสร้างความอึมครึมกับตลาดเงินตลาดทุนของอังกฤษต่อไป







