นัดถกสปก. ปมกังหันลม ลุ้นมีทางออก
“เรกูเลเตอร์” รุกหารือ ส.ป.ก.หาทางออกโรงไฟฟ้าพลังงานลมหวั่นเลิกหมดกระทบแผนพลังงานทดแทน
“เรกูเลเตอร์” รุกหารือ ส.ป.ก.หาทางออกโรงไฟฟ้าพลังงานลมหวั่นเลิกหมดกระทบแผนพลังงานทดแทน
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 ก.พ. ทางเรกูเลเตอร์จะมีการหารือกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้บริษัท เทพสถิต วินด์ฟาร์ม หยุดกิจการเอกชนเข้าทำโครงการติดตั้งกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าในเขตปฏิรูปที่ดิน รวมถึงนโยบาย รมว.เกษตรฯ ต้องการให้รวมถึงเอกชนที่ขออนุญาตรายอื่นๆ ด้วย
ทั้งนี้ การพิจารณายกเลิกหรือหยุดไม่ให้เอกชนที่ได้รับสิทธิการเช่าที่สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม นั้น ก็ต้องมากำหนดกติกาหรือระเบียบกันใหม่ให้ชัดเจนและรัดกุมกว่านี้ เพราะเรกูเลเตอร์เป็นเหมือนปลายทางในการพิจารณาออกใบอนุญาตตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ ซึ่งจากนี้ก็ต้องเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มีความสุ่มเสี่ยงจะเป็นพื้นที่ป่า หรือแม้แต่พื้นที่ที่มี น.ส.3 ก. แล้วก็ตาม
“กรณีของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในพื้นที่ ส.ป.ก.นั้น เชื่อว่าจะมีทางออกที่ดี ในทางปฏิบัติน่าจะพิจารณาเป็นรายกรณีไป เพราะบางพื้นที่ถ้าเกษตรกรได้ประโยชน์และมีการทำสัญญาไว้ชัดเจนก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ประกอบกับการออกใบอนุญาตและการรับซื้อไฟฟ้าเอกชนได้ดำเนินการตามขั้นตอน เรกูเลเตอร์ ในฐานะหน่วยงานปลายทางที่ออกใบอนุญาตก็ต้องพิจารณาตามเอกสารที่เอกชนยื่นมาถ้ามีสัญญาเช่าพื้นที่ถูกต้อง ก็ต้องพิจารณาให้” นายวีระพล กล่าว
นายวีระพล กล่าวอีกว่า สำหรับแผนส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน กรณีของพลังงานลมคงต้องมีการทบทวนใหม่หากโครงการต้องยกเลิกทั้งหมด โดยปัจจุบันมีโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้วประมาณ 350 เมกะวัตต์ ในขณะที่ โครงการที่มีสัญญาซื้อขาย (พีพีเอ) 1,236 เมกะวัตต์ ซึ่งในจำนวนนี้น่าจะมีโครงการที่อยู่ในพื้นที่เช่า ส.ป.ก. ประมาณ 1,000 เมกะวัตต์
แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง ส.ป.ก.คงต้องรีบตัดสินใจออกคำสั่งยกเลิกทุกบริษัทให้หยุดกิจการโรงไฟฟ้าทันที โดยบอกเลิกการอนุญาตเพิกถอนสัญญาโดยเร็วเพื่อหยุดความเสียหายที่จะเกิดกับบริษัทกังหันลม แม้บริษัทเหล่านั้นจะฟ้องร้องศาลเรียกค่าเสียหายจาก ส.ป.ก.ได้ จากที่ได้ทำสัญญาเช่าให้สิทธิในการลงทุน 27 ปี มีการลงทุนในโครงการ มีค่าเสียโอกาสกำไรที่เกิดในอนาคต ทาง ส.ป.ก.สามารถต่อสู้ในชั้นศาลได้แต่คงต้องใช้เวลาสอบสวนอีกหลายปี


