posttoday
ไฟแนนเชียลไดเจสต์

ไฟแนนเชียลไดเจสต์

04 กุมภาพันธ์ 2560

หุ้นไทยน่าสนใจแม้โลกเสี่ยงนโยบาย “ทรัมป์”

หุ้นไทยน่าสนใจแม้โลกเสี่ยงนโยบาย “ทรัมป์”

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวในงานเสวนา Hot Issue “Global & Thai Economic Outlook 2017 จับสัญญาณแนวโน้มดอกเบี้ย FED และผลต่อเศรษฐกิจโลกและไทยหลังการประชุม FOMC ครั้งแรกของปี” ว่า ภาพการลงทุนของโลกในปีนี้ยังเชื่อว่าเป็นช่วงของการลงทุนในตลาดหุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นที่จะมีสภาพคล่องเข้ามาช่วยผลักดันราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นไปได้ และยังเชื่อว่าน่าจะมีเม็ดเงินไหลออกจากตราสารหนี้เข้าสู่ตลาดหุ้นอีกครั้งหนึ่ง จากการคาดการณ์ของสหรัฐว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 3% ได้ ทำให้นักลงทุนยังชะลอการลงทุนเพื่อรอดอกเบี้ยที่สูงกว่า

“ยังไม่เห็นสัญญาณว่าเฟดขึ้นดอกเบี้ย มีตัวแปรสำคัญคือความชัดเจนของนโยบายทรัมป์ โดยเฉพาะการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่างๆ การลดภาษีคาดว่าจะชัดเจนได้ในเดือน เม.ย. จะเห็นเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยประมาณ มิ.ย.จากระดับ 0.50-0.75% เป็น 1.25-1.5%”

นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ภัทร มองว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จำนวน 3 ครั้ง หากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยก็น่าจะส่งผลทำให้ดอกเบี้ยทั่วโลกปรับตัวเพิ่ม และน่าจะส่งผลต่อภาพของการลงทุนด้วยเช่นกัน แต่ไม่น่าจะเป็นกังวลมากเพราะการปรับขึ้นดอกเบี้ยมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ดีขึ้น

ส่วนทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยนั้น คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ เนื่องจากประเมินการขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้ไว้เพียง 3.2% แต่ในระยะยาวหากสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องคาดว่า ธปท.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยให้สอดคล้องด้วยเช่นกัน

กลยุทธ์การลงทุนในปีนี้แนะนำนักลงทุนกระจายความเสี่ยงจากตลาดที่ผันผวน โดยให้จัดพอร์ตการลงทุนในหุ้น 50% และปรับลดตราสารหนี้เหลือระยะสั้น ประกอบกับถือสินค้าโภคภัณฑ์และทองคำเพื่อลดความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ เข้าถือกองอสังหาริมทรัพย์

บีซีพีจียันมีสิทธิในที่ดินถูกต้องตามกฎหมายทุกโครงการ

ตามที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้ให้ข่าวว่า หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกเลิกโครงการกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าของบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่ไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง และขณะนี้ ส.ป.ก.กำลังตรวจสอบบริษัทเอกชนที่เช่าที่ดินเพื่อทำกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าใน 2 จังหวัดที่ ส.ป.ก.ครอบครองที่ดินอยู่ คือ จ.นครราชสีมา และชัยภูมิ นั้น

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีซีพีจี เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวขอยืนยันว่าที่ดินทุกโครงการของบริษัทมีกรรมสิทธิ์และมีสิทธิในการใช้ประโยชน์ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 8 โครงการใน 5 จังหวัด (จ.พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และฉะเชิงเทรา) และโครงการโซลาร์สหกรณ์ 3 โครงการใน 2 จังหวัด (จ.พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง) และขอย้ำว่า บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

กลต.กล่าวโทษ ภูษณ ปรีย์มาโนช บิ๊ก IEC

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2560 สำนักงานได้กล่าวโทษ นายภูษณ ปรีย์มาโนช ต่อพนักงานสอบสวน เพราะกระทำผิดตามมาตรา199 ประกอบมาตรา 56(1) พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ นายภูษณ ปรีย์มาโนช ในฐานะกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง (IEC) มิได้ดูแลจัดการให้ IEC ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาส 2 ประจำปี 2559 และงบการเงินไตรมาส 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด จึงต้องรับโทษเช่นเดียวกับบริษัท ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน และได้ดำเนินการกับบริษัทด้วย ไม่จัดทำและนำส่งงบการเงินไตรมาส 2 ประจำปี 2559 และงบการเงินไตรมาส 3 ประจำปี 2559 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ