posttoday
เมินทบทวนเซฟการ์ด

เมินทบทวนเซฟการ์ด

03 กุมภาพันธ์ 2560

“พาณิชย์” เดินหน้าใช้มาตรการเซฟการ์ดสินค้าเหล็ก ยันดูแลผู้ผลิตในประเทศเมินข้อเรียกร้อง

“พาณิชย์” เดินหน้าใช้มาตรการเซฟการ์ดสินค้าเหล็ก ยันดูแลผู้ผลิตในประเทศเมินข้อเรียกร้อง

นายวันชัย วราวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมยังคงยืนยันที่จะใช้มาตรการปกป้อง(เซฟการ์ด) จากการนำเข้าสินค้าเหล็กโครงการรูปพรรณรีดร้อนเจืออัลลอยหน้าตัดรูปตัว H หรือ H-Beam เจืออัลลอยต่อไป แม้ว่าจะมีผู้นำเข้าเหล็กภายในประเทศได้ทำหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีขอให้สั่งการให้ยกเลิกการใช้มาตรการดังกล่าว เพราะคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้องภายใต้ พ.ร.บ.มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. 2550 ได้พิจารณาข้อมูลจากทุกภาคส่วนแล้วพบว่ามีความเสี่ยงที่การนำเข้า จะทำให้อุตสาหกรรมภายในประเทศเสียหายและได้รับผลกระทบจริง จึงต้องนำมาตรการเซฟการ์ดมาใช้ โดยจะนำเหตุผลของการใช้เซฟการ์ดรายงานต่อนายกรัฐมนตรีรับทราบต่อไป

ทั้งนี้ ผลการพิจารณา พบข้อมูลว่ามีการนำเข้าเหล็ก H-Beam เจืออัลลอย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มนำเข้ามาตั้งแต่ปี 2557 โดยมีส่วนแบ่งตลาด 1.78% เพิ่มเป็น 9.16% ในปี 2558 และนำเข้าเพิ่มขึ้นปีละกว่า 300% อีกทั้งยังนำเข้ามาในราคาที่ต่ำมาก ซึ่งกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ หากไม่มีการใช้มาตรการปกป้อง จะทำให้อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ ที่แม้จะมีบริษัท เหล็กสยามยามาโตะ ที่จำหน่ายเหล็ก H-Beam ไม่เจืออัลลอย เพียงรายเดียวในประเทศไทยได้รับความเสียหายก็ตาม แต่ตามกฎหมายบริษัทดังกล่าวก็มีสิทธิที่จะได้รับการปกป้อง

 นอกจากนี้ การกำหนดให้มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) โดยให้ปั๊มตัวนูนบนเหล็ก ก็เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อเป็นการรับรองว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยในการนำไปใช้งาน และการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) กับสินค้าเหล็ก H-Beam ไม่เจืออัลลอย ซึ่งเป็นสินค้าเดียวกับที่บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ ผลิตได้ ก็เป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 และได้ใช้มาตั้งแต่ปี 2545 จะครบกำหนดวันที่ 10 ต.ค. 2560

นายวันชัย กล่าวว่า กรณีที่มีการกล่าวหาว่าบริษัท เหล็กสยามยามาโตะ เข้าข่ายเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด จากการเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงและรายได้เกิน 1,000 ล้านบาทนั้น จากการตรวจสอบไม่พบการผูกขาด เพราะยังมีการนำเข้าสินค้าเหล็ก H-Beam เพื่อใช้ในประเทศได้ และไม่พบพฤติกรรมการผูกขาด เนื่องจากไม่พบการกำหนดราคาขายที่ไม่เป็นธรรม โดยราคาขายสอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบเศษเหล็กที่นำเข้า และไม่เคยพบการจำหน่ายในราคาสูงเกินจริงด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ