
ครม.อนุมัติงบ1.8พันล้านช่วยเมียนมาทำถนนเชื่อมแม่สอด-ย่างกุ้ง
ครม.มีมติเห็นชอบให้คมนาคมช่วยเมียนมาปรับปรุงถนนวงเงิน 1.8 พันล้านบาท เชื่อมแม่สอด-ย่างกุ้ง หวังกระตุ้นการค้าชายแดน
ครม.มีมติเห็นชอบให้คมนาคมช่วยเมียนมาปรับปรุงถนนวงเงิน 1.8 พันล้านบาท เชื่อมแม่สอด-ย่างกุ้ง หวังกระตุ้นการค้าชายแดน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมช่วยเหลือเมียนมาในการปรับปรุงถนน ขยายผิวจราจรและสร้างไหล่ทาง ช่วงเอ็นดุ-ท่าตอน ระยะทางทั้งสิ้น 68 กิโลเมตร วงเงินราว 1,800 ล้านบาท ตามแนวทางเชื่อมโยงการขนส่งและเศรษฐกิจภายใต้กรอบความร่วมมือกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (GMS) ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะเร่งหารือกับสำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาจัดหาแหล่งเงินทุนดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไป
อย่างไรก็ตามการขยายถนนดังกล่าวเป็นโครงการต่อเนื่องในการพัฒนาเส้นทางการค้าชายแดนแม่สอด-ย่างกุ้งภายหลังจากที่ปีก่อนได้ส่งมอบโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จช่วงเมียวดี- วงเงิน 1,320 ล้านบาท ไปแล้ว ส่งผลให้ลดเวลาการเดินทางข้ามสะพานแม่น้ำเมยรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ส่วนถนนช่วงกอกะเร็ก -เอ็นดู ระยะทาง 67 กม. เมียนมาร์ได้ทำการกู้ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เพื่อดำเนินการปรับปรุงแล้ว
ทั้งนี้การพัฒนาเส้นทางดังกล่าวจะสามารถกระตุ้นปริมาณการค้าและเม็ดเงินลงทุนได้เนื่องจากชายแดนแม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษสำคัญที่เชื่อมโยงชายแดนไทยไปสู่เมืองย่างกุ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและศูนย์กระจายสินค้าของเมียนมาร์อีกทั้ง ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันออก หรือ EWEC ระยะทาง 1,450 กม. เชื่อมการขนส่งสองฟากฝั่งทะเลจีนใต้ไปสู่มหาสมุทรอินเดียผ่านประเทศเวียดนาม-ลาว-ไทย-เมียนมาอีกด้วย โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมเดินทางไปเยือนประเทศเมียนมาอย่างเป็นทางการในวันที่ 2-3 ก.พ. เตรียมหารือกับประธานาธิบดีและประมุขแห่งรัฐด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการขนส่งเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนของทั้งสองประเทศ
นายอาคม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังมีมติเห็นชอบให้จัดทำและลงนามร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนสิทธิจราจรและการขนส่งข้ามพรมแดนกับประเทศเมียนมาร์ ณ จุดผ่านแดนเส้นทางแม่สอด-เมียวดี ตามกรอบข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS Cross-Border Transport Agreement : GMS CBTA) ให้มีผลปฏิบัติแลกเปลี่ยนสิทธิการจราจรระหว่างไทยกและเมียนมา เพื่อให้รถโดยสารและรถบรรทุกสินค้าสามารถข้ามพรมแดนเข้าไปในประเทศได้ พัฒนาขีดความสามารถและมาตรฐานการขนส่งเพื่อรองรับการขยายตัวมูลค่าการค้าในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง อย่างไรก็ตามจะเร่งจัดทำกรอบความเข้าใจภายในระยะเวลา 2 เดือนเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนลงนามเพื่อนำไปใช้ทันทีก่อนเดือนธันวาคม 2560
ทั้งนี้กรอบข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS Cross-Border Transport Agreement : GMS CBTA) ประกอบไปด้วยประเทศไทย ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ กัมพูชาและจีน โดยจะมีการกำหนดให้โควตาแต่ละประเทศมีรถขนส่งข้ามพรมแดนได้ราว 500 คัน ซึ่งในปี 2560 ได้เข้าสู่การปฏิบัติตามข้อตกลงในระยะแรกเพื่อเชื่อมต่อการขนส่งข้ามแดน ได้แก่ คือ ด่านเชียงของ จ.เชียงราย ด่านมุกดาหาร และด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งรถบรรทุกสามารถขนส่งข้ามแดนจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งได้ หรือข้ามไปประเทศที่ 3 และประเทศที่ 6 ได้ เช่น การให้รถบรรทุกสินค้าของไทยไปลาวหรือเวียดนาม







