
ไฟเขียวเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองกรอบWTO
บอร์ดพืชน้ำมันอนุมัติเปิดตลาดกากถั่วเหลืองป้อนโรงงานซอสปรุงรส เก็บภาษีนำเข้าตาม WTO
บอร์ดพืชน้ำมันอนุมัติเปิดตลาดกากถั่วเหลืองป้อนโรงงานซอสปรุงรส เก็บภาษีนำเข้าตาม WTO
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ว่าที่ประชุมได้เห็นชอบให้เปิดตลาดนำเข้ากากถั่วเหลืองเพื่อนำเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเพื่อมนุษย์บริโภคและกากถั่วเหลืองที่นำเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมอื่น โดยกำหนดพิกัดภาษีหากเป็นการนำเข้าในโควตาตามกรอบองค์การการค้าโลก (WTO) 10% นอกโควตาที่ 133%
ทั้งนี้ ก่อนหน้าคณะกรรมการพืชน้ำมันฯ ได้มีมติเปิดตลาดเฉพาะกากถั่วเหลืองที่นำเข้ามาเพื่อในอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์เท่านั้น โดยมีอัตราพิกัดภาษีสำหรับกากถั่วเหลือในโควตาที่ 2% นอกโควตา 119% โดยการเปิดตลาดทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้แก่ผู้ผลิตซอสปรุงรสและซีอิ๊ว โดยเมื่อรวมกากถั่วเหลืองทั้ง 3 พิกัดแล้วไทยมีโควตาสำหรับนำเข้าภายใต้กรอบ WTO ทั้งหมด 230,559 ตัน เปรียบเทียบกับการนำเข้ากากถั่วเหลืองเฉลี่ยแต่ละปีอยู่ที่ 2 ล้านตัน และเมล็ดถั่วเหลือง 2 ล้านตัน
นอกจากนี้ ยังกำหนดการบริหารการนำเข้าถั่วเหลืองให้สอดคล้องกับความต้องการในอุตสาหกรรม คือการนำเข้ามาผลิตเพื่อมนุษย์บริโภคจะต้องเป็นกากถั่วเหลืองที่เป็น Non-GMO และกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องเป็นนิติบุคคลที่ใช้กากถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบในกิจการผลิตของตนเอง
“ทั้งนี้จะมีผลในปี 2560 ทันทีหลังจากได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และประกาศในราชกิจจานุเบกษา หลังจากนั้นจะมีการกำหนดโควตารอบถัดไปใน 2561 และะจะเป็นโควตาสำหรับรอบปี 2561-2563” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังตั้งคณะทำงานสองชุดเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการมะพร้าวและถั่วเหลืองแบบครบวงจร ใน 3 ประเด็น คือ การเพิ่มพื้นที่การผลิต การจัดการหนอนหัวดำให้หมดสิ้นไป และการป้องกันการลักลอบนำเข้าอย่างเข้มงวดเด็ดขาด ปัจจุบันผลผลิตมะพร้าวของไทยไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยปี 2559 มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวประมาณ 1.1 ล้านไร่ ลดลง 2 แสนไร่ ไทยต้องนำเข้ามะพร้าว 1.44 แสนตัน







