posttoday
ธนาคารเกียรตินาคินตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้โต 5%

ธนาคารเกียรตินาคินตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้โต 5%

30 มกราคม 2560

ธนาคารเกียรตินาคินตั้งเป้าขยายสินเชื่อปีนี้โต 5% มุ่งปล่อยกู้สินเชื่อส่วนบุคคล-เอสเอ็มอี-สินเชื่อบ้าน-ธุรกิจโรงแรม-ปล่อยกู้ซื้อเครื่องจักรและวัสดุก่อสร้าง

ธนาคารเกียรตินาคินตั้งเป้าขยายสินเชื่อปีนี้โต 5% มุ่งปล่อยกู้สินเชื่อส่วนบุคคล-เอสเอ็มอี-สินเชื่อบ้าน-ธุรกิจโรงแรม-ปล่อยกู้ซื้อเครื่องจักรและวัสดุก่อสร้าง

นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคิน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจภาพรวมจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ และคาดว่าจะโตได้ที่ 3.2% จากการกระตุ้นระยะสั้นในครึ่งปีแรกของรัฐบาล และการลงทุนภาครัฐที่จะเร่งขึ้นมาช่วยพยุงเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ดีในปีนี้ต้องระวังความผันผวนที่สูงในธุรกิจตลาดเงินและตลาดทุนของไทยและตลาดโลก ตลอดจนเทคโนโลยีการเงินที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยกลุ่มธุรกิจเกียรตินาคินยังให้ความสำคัญกับการบริหารบริหารความเสี่ยงและดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง

ทั้งนี้  ธนาคารตั้งเป้าจะขยายสินเชื่อในปีนี้ให้โตมากกว่า 5% จากปี 2559 ที่ผ่านมาสินเชื่อติดลบ 0.8% ซึ่งจะทำให้ยอดคงค้างสินเชื่อรายย่อยจาก 1.24 แสนล้านบาทในสิ้นปี 2559 เพิ่มเป็นประมาณ 1.3 แสนล้านบาท และตั้งเป้าให้มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพี)ไม่ให้เกิน 5.2% ของสินเชื่อรวม จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 5.6% ของสินเชื่อรวม และจะรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ(NIM)ให้อยู่ที่ 4.7-4.9%

นอกจากนี้ จะต่อยอดธุรกิจไพรเวทแบงก์ ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อเสริมรายได้ค่าธรรมเนียมและเพิ่มสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารด้วย โดยสิ้นปีที่ผ่านมาสินทรัพย์ภายใต้การบริหารไม่รวมเงินฝากอยู่ที่ 3.8 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์(บล.)ภัทรยังรักษาส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 4.81% เป็นอันดับ 4 ของบริษัทหลักทรัพย์ทั้งหมด

"ปีนี้การจะปล่อยสินเชื่อให้โตได้ตามเป้า จะอาศัยเครือข่ายสาขาและสายงานช่องทางการตลาดและพัฒนาฐานลูกค้าที่จัดตั้งใหม่( ADC) ที่จะเพิ่มผลิตภาพในการขยายผลิตภัณฑ์ด้านสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเอสเอ็มอี (KK SMEs รถคูณ 3) รวมถึงการขยายการขายข้ามผลิตภัณฑ์ (cross selling)ให้มากขึ้น  ส่วนสินเชื่อธุรกิจจะเน้นไปที่การให้สินเชื่อเพื่อซื้อเครื่องจักรและวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งสินเชื่อโรงแรม ให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ"นายอภินันท์กล่าว 

สำหรับ ปี 2559 ที่ผ่านมาธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิไม่รวมส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยอยู่ที่ 5,547 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.2% เมื่อเทียบกับปี 2558 โดยในจำนวนนี้เป็นกำไรสุทธิของธุรกิจตลาดทุน 1,086 ล้านบาท ซึ่งธนาคารมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(BIS)อยู่ที่ 20.40% โดยเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 ถึง 16.87%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ