posttoday
โค-เวิร์กกิ้งสเปซ ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ

โค-เวิร์กกิ้งสเปซ ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ

28 มกราคม 2560

ถือเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจ โค-เวิร์กกิ้ง สเปซ หรือสำนักงานให้เช่าขนาดเล็กมานาน 5 ปีแล้วสำหรับฮับบ้า ไทยแลนด์

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ถือเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจ โค-เวิร์กกิ้ง สเปซ หรือสำนักงานให้เช่าขนาดเล็กมานาน 5 ปีแล้วสำหรับฮับบ้า ไทยแลนด์ ที่ ณ วันนี้การแข่งขันทวีความรุนแรงมากขึ้น จนเรียกได้ว่าใกล้เข้าสู่ภาวะฟองสบู่ 

ชาร์ล เจริญพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานอำนวยการร่วม บริษัท ฮับบ้า ไทยแลนด์ ฉายภาพธุรกิจโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ ในเมืองไทยว่า ปี 2559 มีผู้ประกอบการเปิดธุรกิจนี้เกินกว่า 100 แห่ง แต่ละแห่งมีเนื้อที่ประมาณ 200-300 ตารางเมตร จากเคยสำรวจตลาดเมื่อปี 2555 ตั้งแต่บริษัทเริ่มก่อตั้งนั้นมีอยู่เพียง 3 แห่ง ปี 2557 มีจำนวน 14 แห่ง ปี 2558 เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 40 แห่ง ปัจจุบันส่งสัญญาณว่าเกิดภาวะโอเวอร์ซัพพลายหรือฟองสบู่ในธุรกิจนี้ เนื่องจากส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในย่านสีลม สาทร ทองหล่อ และอารีย์

“หลายคนจะมองว่าสตาร์ทอัพจะมาใช้พื้นที่โค-เวิร์กกิ้ง สเปซ มากขึ้น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจนั้นเขาต้องการประหยัดเงินมาก เนื่องจากในช่วงก้าวแรกของการดำเนินธุรกิจยังไม่รู้ว่ากลุ่มลูกค้าคือใคร ไม่รู้ว่ากำลังสร้างอะไรอยู่ การทำสตาร์ทอัพในช่วงแรกแล้วมาทำงานในโค-เวิร์กกิ้ง สเปซนั้นไม่ตอบโจทย์ในแง่ที่ต้องประหยัด ต่างกับสตาร์ทอัพที่รู้ตัวตนแล้วว่ากำลังทำอะไรอยู่ เช่นเคยทำสตาร์ทอัพมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งสตาร์ทอัพในเมืองไทยที่มีอยู่ประมาณ 500 ทีม มีเพียง 5-10% หรือราว 25-30 ทีมเท่านั้น ที่กำลังรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่จึงมาใช้พื้นที่ของโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ ในการทำงาน”

โค-เวิร์กกิ้งสเปซ ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ ชาร์ล เจริญพันธ์

 

ชาร์ล ย้ำว่า ธุรกิจโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ ต้องรอจังหวะถึงจะเติบโตได้ดี วันนี้ในประเทศไทยจะเริ่มเห็นคนออกมาทำงานนอกสถานที่มากขึ้น แต่ภาพมันออกมาว่าคนมาทำงานในร้านกาแฟกันมากกว่า ซึ่งหากดูในต่างในประเทศที่มีธุรกิจโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ อยู่มานานแล้วจะไม่เหมือนกัน คนที่นั่นจะมีโต๊ะทำงานเป็นของตนเอง เช่าพื้นที่ขนาดเล็กทำงานกันเป็นปีๆ ทำงานกันอย่างจริงจัง

ขณะที่เมืองไทยอยู่ในช่วงที่เรียกว่า เพิ่งเริ่มเป็นไลฟ์สไตล์อยู่ ยังไม่ถึงจุดที่เป็น Way of Life ที่มีการทำงานกันอย่างจริงจัง คาดว่าจะถึงจุดนั้นได้ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี เนื่องจากจะต้องถูกกระตุ้นด้วยเศรษฐกิจที่ถดถอย จึงทำให้คนตกงานหรือต้องออกมาหางานใหม่ๆ จะทำให้เกิดการใช้พื้นที่โค-เวิร์กกิ้ง สเปซ มีมากขึ้นตามไปด้วย

“ผมไม่ได้ต้องการให้เศรษฐกิจแย่ แต่เห็นตัวอย่างจากหลายประเทศที่เศรษฐกิจซบเซานั้นทำให้คนต้องผลักดันผลงานใหม่ๆ ออกมา ต้องทำงานใหม่ๆ คิดงานที่เป็นของตนเอง ตัวอย่างเห็นได้ชัดจากคนในทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย”

ที่ผ่านมา โค-เวิร์กกิ้ง สเปซ ยังไม่มีการรวมตัวกันในกลุ่มที่ประกอบธุรกิจ ทำธุรกิจอยู่จริงจังไม่ถึง 10% ส่วนใหญ่จะเป็นร้านกาแฟที่อยากจะเรียกตัวเองให้เป็นมากกว่าร้านกาแฟ ประเมินว่าภาพรวมของโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ ในปี 2560 จะเปิดใหม่มากขึ้น เนื่องจากสตาร์ทอัพบูม แต่สตาร์ทอัพก็ต้องการทำงานกับโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ ที่ให้อะไรกับพวกที่ทำธุรกิจมากกว่าการเป็นแค่ร้านกาแฟ เช่น จะต้องสร้างคอมมูนิตี้สำหรับการทำงานร่วมกัน มีการอบรมสัมมนาเพื่อให้ความรู้ทางธุรกิจที่เขาสนใจ ซึ่งสตาร์ทอัพหลายรายมาทำงานในโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ เพื่อต้องการหาคอนเนกชั่นไปต่อยอดการทำงานในอนาคต

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ทำโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ ในลักษณะนี้มีเพียง 4-5 รายเท่านั้น ที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ผู้ประกอบการโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ จำเป็นต้องหาสิ่งใหม่ๆ มาช่วยสนับสนุนให้กับผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพเติบโตไปพร้อมกัน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69