posttoday
วางเกณฑ์เคลมรถน้ำท่วม

วางเกณฑ์เคลมรถน้ำท่วม

28 มกราคม 2560

แม้สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้โดยรวมจะมีแนวโน้มดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ พื้นที่ที่ยังคงประสบภัยอยู่

แม้สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้โดยรวมจะมีแนวโน้มดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ พื้นที่ที่ยังคงประสบภัยอยู่ โดยข้อมูลล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน 1,856 รายการ ประเมินความเสียหาย 559,961,758 บาท โดยรถยนต์ที่ทำประกันภัยได้รับความเสียหาย 1,631 คัน ประเมินความเสียหาย 139,272,122 บาท

ประกันภัยการเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (ไอเออาร์) 104 ราย ประเมินความเสียหาย 409,164,593 บาท ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยที่ให้ความคุ้มครองภัยน้ำท่วม 69 ราย ประเมินความเสียหาย 3,911,334 บาท ประกันอัคคีภัย อาคารพาณิชย์/เอสเอ็มอี 49 ราย ประเมินความเสียหาย 7,363,708 บาท ประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) 3 ราย ประเมินความเสียหาย 2.5 แสนบาท 

สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า จากข้อมูลความเสียหายในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่ารถยนต์ที่ทำประกันภัยได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และชุมพร ซึ่งถูกน้ำท่วมเป็นระลอกที่ 2

ดังนั้น คปภ.จึงได้วางเกณฑ์การเคลมค่าสินไหมทดแทนให้กับประชาชน เพื่อให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม โดยการซ่อมรถยนต์ให้ยึดถือแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม เช่นเดียวเมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 โดยแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ

1.ระดับ A น้ำท่วมถึงพื้นรถยนต์ ประเมินค่าซ่อม 8,000-1 หมื่นบาท มีรายการที่ต้องดำเนินการ 15 รายการ เช่น ตรวจสอบแบตเตอรี่ ทำความสะอาดตัวรถ ล้าง-อัด-ฉีด ขัดสี ถอดเบาะนั่ง หน้า-หลัง ถอดคอนโซลกลาง (คันเกียร์) ถอดพรมในเก๋ง-ซักล้าง-ตาก-อบแห้ง ถอดคันเร่ง (รถที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าและเซ็นเซอร์) ถอดลูกยางอุดรูพื้นรถและทำความสะอาด ล้างทำความสะอาดห้องเครื่อง-เป่าแห้ง ตรวจสอบทำความสะอาดระบบเบรก 4 ล้อ/ผ้าเบรก ทำความสะอาดสายไฟ-ปลั๊กไฟด้วยน้ำยาเคมีภัณฑ์ ตรวจสอบชุดท่อพักไอเสีย (แคทาลิติก)

2.ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ประเมินค่าซ่อม 1.5-2 หมื่นบาท มีรายการที่ต้องดำเนินการ 26 รายการ โดยเพิ่มเติมจาก 15 รายการในระดับ A คือ การถ่ายน้ำมันเครื่อง-เกียร์-เฟืองท้าย กรองน้ำมันเครื่อง-กรองอากาศ-กรองเบนซิน-กรองโซล่า ตรวจระบบจุดระเบิด หัวเทียน จานจ่าย หัวฉีด ตรวจสอบชุดเพลาขับ ถอดทำความสะอาดแผงประตูทั้ง 4 บาน ตรวจชุดสวิตช์สตาร์ท-กล่องควบคุมไฟ-กล่องฟิวส์ ถอดทำความสะอาดไล่ความชื้นระบบเข็มขัดนิรภัย ถอดทำความสะอาดชุดมอเตอร์ยกกระจกไฟฟ้า ตรวจสอบทำความสะอาดเบาะ ถอดทำความสะอาด (ไดสตาร์ทและไดชาร์จ) เพื่อไล่ความชื้น

วางเกณฑ์เคลมรถน้ำท่วม

 

3.ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ประเมินค่าซ่อม 2.5-3 หมื่นบาท มีรายการที่ต้องดำเนินการ 39 รายการ โดยเพิ่มเติมจากระดับ A และ B คือ ตรวจสอบชุดอีโมไรท์เซอร์/ระบบ GPS (ที่ติดมากับรุ่นรถ) ตรวจสอบไล่น้ำออกจากเครื่องยนต์ ท่อไอดี ห้องเผาไหม้ ตรวจสอบลูกปืนไดชาร์จ ลูกรอก ตรวจสอบทำความสะอาดระบบไฟส่องสว่าง (ไฟหน้า-ท้าย-เลี้ยว)

ตรวจเช็กระบบขับเลี้ยวไฟฟ้า ถอดตรวจเช็กตู้แอร์ มอเตอร์ โบลเวอร์ เซ็นเซอร์ ถอดหน้าปัดเรือนไมล์ เกจ์ ถอดตรวจเช็กระบบไฟฟ้าและสายไฟขั้วต่างๆ ตรวจเช็กระบบเครื่องเสียง-วิทยุ-แอมป์-ลำโพง ตรวจเช็กระบบเบรก (ABS) ตรวจชุดหม้อลมเบรก/ แม่ปั๊มบน-ล่าง ตรวจสอบลูกปืนล้อ-ลูกหมาก-ลูกยางต่างๆ ผ้าหลังคา/แมกกะไลท์

4.ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ประเมินค่าซ่อมเริ่มต้นที่ 3 หมื่นบาทขึ้นไป มีรายการที่ต้องดำเนินการ 40 รายการ โดยเพิ่มเติมจาก ระดับ A-C มา 1 รายการ คือ ทำสี (กรณีสีรถได้รับความเสียหาย) ซึ่งในกรณีนี้ทางบริษัทผู้รับประกันภัยอาจพิจารณาคืนทุนประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัยก็ได้

5.ระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน ซึ่งในกรณีนี้บริษัทผู้รับประกันภัยจะคืนทุนประกันภัยให้กับผู้รับประกันภัยสถานเดียว

ดังนั้น หากกรมธรรม์รถของท่านได้รับความคุ้มครองจากภัยน้ำท่วม ก็สามารถนำรถไปเคลมสินไหมกับบริษัทประกันภัยตามเกณฑ์ที่ คปภ.กำหนดได้เลย

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69