posttoday
แอพฯแฮปเพนน์ หนุนอีเวนต์ไทยผงาด

แอพฯแฮปเพนน์ หนุนอีเวนต์ไทยผงาด

26 มกราคม 2560

ประเทศไทยต้องการผลักดันรายได้ด้านการท่องเที่ยว

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ประเทศไทยต้องการผลักดันรายได้ด้านการท่องเที่ยว หนึ่งในกลุ่มการท่องเที่ยวที่ต้องการก็คือ กลุ่มประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (ไมซ์) เพราะเป็นกลุ่มท่องเที่ยวคุณภาพ การใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งการใช้เครื่องมือดิจิทัลเข้ามาเสริมในการจัดงานอีเวนต์ไมซ์ระดับนานาชาติ ก็เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จะเกื้อหนุนให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางแห่งไมซ์ได้

ในปี 2560 สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ตั้งเป้าหมายว่าปี 2560 จะมีผู้เดินทางด้านไมซ์จากต่างประเทศมาไทย 1.1 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศ 1.01 แสนล้านบาท

ภาวลิน มาสะกี ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารฝ่ายการตลาด (ซีเอ็มโอ)แฮปเพนน์ เปิดเผยว่า ได้รวมตัวกับหุ้นส่วนอีก 2 คน จัดทำแอพพลิเคชั่นสำหรับงานอีเวนต์ขึ้น โดยจะรวมทุกงานในอีเวนต์ไว้ในแอพพลิเคชั่นเดียว โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2557 และสามารถเปิดให้บริการได้จริงในเดือน มี.ค. 2559

“พื้นฐานของเราคือการเป็นบริษัทรับจ้างผลิตซอฟต์แวร์ ส่วนผู้ร่วมก่อตั้งอีก 2 คน คนหนึ่งก็เคยทำเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับอีเวนต์ในต่างประเทศ แล้วมาเปิดบริษัทซอฟต์แวร์ในไทย แต่ช่วงแรกที่ผู้ร่วมก่อตั้งมาเปิดบริษัท สัญญาณมือถือในไทยยังไม่ได้ดีมาก จึงยังไม่คิดทำแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับงานอีเวนต์ จนกระทั่งไทยเริ่มใช้ 4จี จึงคิดว่าไทยน่าจะพร้อมแล้ว”

แฮปเพนน์ จัดเป็นเครื่องมือดิจิทัลสำหรับงานอีเวนต์ มีทั้งระบบให้ผู้ร่วมงานลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงาน สามารถใช้เครื่องมือในการเล่นเกมถาม-ตอบบนเวทีในงานผ่านยูอาร์แอลซึ่งเปรียบเสมือนแหล่งที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตโดยเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้ผู้จัดงานสามารถมีปฏิสัมพันธ์ ทำกิจกรรมร่วมกับผู้เข้าร่วมงานได้ดีขึ้น ใส่เอกสารงานที่ต้องการให้คนที่ลงทะเบียนเท่านั้นเปิดดูได้ เก็บข้อมูลที่ต้องการและวัดผลต่างๆ ได้ด้วยตัวเองผ่านการใช้งานเครื่องมือ

กลุ่มเป้าหมายของแฮปเพนน์ คือ กลุ่มไมซ์ระดับพรีเมียม คืองานอีเวนต์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น อีเวนต์ภายในองค์กร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการให้ฐานข้อมูลผู้ร่วมงานอยู่เฉพาะในองค์กร ไม่ต้องการให้ฐานข้อมูลหลุดไปสู่กลุ่มอื่นโดยจะนำเครื่องมือต่างๆ ที่แฮปเพนน์มีอยู่แล้วมาปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าผู้จัดงาน ทำเป็นแอพพลิเคชั่นขึ้นมาสำหรับใช้งานเฉพาะในงานอีเวนต์นั้นเท่านั้น

“ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 10 ราย ซึ่งบางรายก็ไม่ได้ทำอีเวนต์เดียวจบ แต่มีหลายอีเวนต์ ถ้าเป็นลูกค้าแบบที่ทำหลายอีเวนต์ก็จะสร้างเป็นแอพพลิเคชั่นกลางขึ้นมา 1 แอพ แล้วค่อยแยกย่อยแต่ละอีเวนต์ภายในแอพพลิเคชั่นนั้น”

นอกจากลูกค้าในประเทศแล้วเมื่อเดือน ส.ค. 2559 แฮปเพนน์ก็เริ่มไปเจาะตลาดประเทศเพื่อนบ้าน คือ อินโดนีเซีย ถือเป็นการไปทดลองตลาดต่างประเทศครั้งแรก สาเหตุที่เลือกไปอินโดนีเซีย เพราะระบบการลงทะเบียนและระบบต่างๆ ที่ใช้ในงานอีเวนต์ยังคล้ายไทยคือต้องใช้คนทำเอง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการมองหาตัวแทนจำหน่ายในอินโดนีเซีย

สำหรับในไทย การขายของแฮปเพนน์จะเป็นการคิดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (ไลเซนส์) การใช้งานเป็นรายปี โดยรูปแบบการขายเป็นการเจรจาระหว่างภาคธุรกิจกับภาคธุรกิจ (บีทูบี) แต่มีแผนที่จะขายสำหรับลูกค้าทั่วไป (บีทูซี) ด้วย ซึ่งจะหยิบยกเครื่องมือการทำกิจกรรมกับผู้ร่วมงาน เช่น เล่นเกมสดถามตอบบนเวที มาสร้างเป็นแอพพลิเคชั่นที่ลูกค้าทั่วไปที่สนใจซื้อและใช้ได้เลยบนออนไลน์ โดยไม่ต้องผ่านการพูดคุยเพื่อสร้างแอพพลิเคชั่นแยกออกมาเหมือนปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ยังมีแผนสร้างเครื่องมือระบบลงทะเบียนร่วมงานอีเวนต์ที่สามารถปรับแต่งด้วยตัวเองได้ง่ายๆ เพื่อให้ลูกค้าซื้อระบบแล้วไปปรับแต่งเองตามความต้องการ แทนที่จะต้องรอให้บริษัทปรับเปลี่ยนเหมือนเช่นปัจจุบัน ซึ่งหากทำได้ก็จะช่วยให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น

ทั้งนี้ ในการจัดงานอีเวนต์ที่ต่างประเทศใช้เครื่องมือดิจิทัลลักษณะนี้กันมานานแล้ว และที่ผ่านมากรณีมีงานอีเวนต์ระดับนานาชาติมาจัดในไทยก็จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตนำเครื่องมือดิจิทัลของงานนั้นใน ต่างประเทศเข้ามาใช้ แต่เมื่อต่างชาติรู้แล้วว่าในไทยก็มีระบบนี้เช่นกัน ก็สามารถมาใช้บริการระบบได้ โดยมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการนำเข้ามาจากต่างประเทศ

เมืองไทยมีเครื่องมือดิจิทัลเพื่องานอีเวนต์แล้ว ก็คงไม่ยากกับการที่ไทยจะต่อกรดึงงานระดับนานาชาติแข่งกับชาติอื่นๆ เพราะไทยมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายและเป็นจุดหมายที่คุ้มค่าเงินโดดเด่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย