
ธปท.ชี้ 3 ปัจจัยหนุนเศรษฐกิจปี 60 ดีขึ้น
ธปท.ชี้ทิศทางเศรษฐกิจปี 2560 โตดีขึ้นและกระจายตัวดีขึ้นที่ระดับ 3.2% จาก 3 ปัจจัย ภาคเกษตรดี งบภาครัฐกระจาย และส่งออกเริ่มฟื้น ยันดอกเบี้ยไทยไม่ขยับเร็ว
ธปท.ชี้ทิศทางเศรษฐกิจปี 2560 โตดีขึ้นและกระจายตัวดีขึ้นที่ระดับ 3.2% จาก 3 ปัจจัย ภาคเกษตรดี งบภาครัฐกระจาย และส่งออกเริ่มฟื้น ยันดอกเบี้ยไทยไม่ขยับเร็ว
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวสุนทรพจน์ประจำปีกับสื่อมวลชนเรื่อง”แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและทิศทางการดำเนินนโยบายของธปท.ปี 2560” ว่า ธปท.คาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจปีนี้น่าจะกระจายตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จากเหตุผล 3 ประการ คือ
1.ภาคเกษตรที่มีแนวโน้มดีขึ้น จากน้ำสำรองที่มีเพิ่มขึ้น มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และราคาสินค้าเกษตรบางประเภทเริ่มขึ้นในตลาดโลก
2.งบประมาณภาครัฐกระจายสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจโตกระจายได้มากขึ้น และ 3.การส่งออกฟื้นตัวกระจายไปในหลายอุตสาหกรรม ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะโตที่ระดับ 3.2% ตามที่ธปท.ประเมินไว้
อย่างไรก็ดี ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้อาจจะต่างจากปีที่แล้วบ้าง โดยแรงส่งที่จะแผ่วลงบ้างในปีนี้ คือ 1.การบริโภคภาคเอกชน เพราะปลายปีที่ผ่านมามีมาตรการกระตุ้นให้ประชาชนใช้จ่ายไปล่วงหน้าแล้ว บวกกับหนี้ครัวเรือนยังอยู่ระดับสูง แถมประชาชนในชนบทมีภาระหนี้มากขึ้นจากภัยแล้งปีที่ผ่านมา และคนระมัดระวังการใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงและรื่นเริงลง เหล่านี้จะเป็นตัวเหนี่ยวรั้งการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนไปอีกระยะหนึ่ง และ 2.การท่องเที่ยวที่ชะลอจากการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย ทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลง
นายวิรไท กล่าวว่า ด้านตลาดการเงิน วัฏจักรขาขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกเริ่มชัดขึ้นในปีนี้ นำโดยสหรัฐฯ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดี ทรัมป์ ที่จะทำงบขาดดุลสูง สร้างแรงกดดันต่ออัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาว บวกกับอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน อาจเป็นแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงินบ้าง
แต่มองว่าประเทศอุตสาหกรรมหลักจะดำเนินนโยบายผ่อนคลายไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งความแตกต่างในการดำเนินนโยบายการเงิน จะส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินผันผวนทั้งปี และผันผวนรุนแรงในบางช่วง
“นักลงทุนต้องดูแลความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ ต้นทุนการเงินที่อยู่ในระดับต่ำมานานจะปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป อัตราผลตอบแทนพันธบัตร(ยิลด์)ระยะยาวของไทยเริ่มปรับขึ้นเล็กน้อย แต่การขึ้นยิลด์ระยะยาวไทยไม่น่ากังวล เพราะจะปรับแบบค่อยเป็นค่อยไปและต่ำกว่าอดีตมาก”นายวิรไทกล่าว
ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายการเงินของธปท.จะยังผ่อนปรนไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และมุ่งรักษาเสถียรภาพราคา คือ รักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้ามายที่ 1-4% หรือ 2.5% บวกลบ 1.5% และจะทยอยปรับเข้าสู่เป้าหมาย







