
เกษตรฯ สนใจหารือจีนทำผลไม้ไร้น้ำตาล
รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผย สนใจหารือจีนทำผลไม้ไร้น้ำตาล พัฒนาคุณภาพผลไม้ไทย
รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผย สนใจหารือจีนทำผลไม้ไร้น้ำตาล พัฒนาคุณภาพผลไม้ไทย
นายธรรมรัต หวั่งหลี ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการที่ได้เดินทางเยือนประเทศจีนเพื่อหารือร่วมกับนาย ว่าน ชิ่งเหลียง รองผู้ว่าการมณฑลกวางตุ้ง นครกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เกี่ยวกับความร่วมมือภายใต้คณะทำงานความร่วมมือด้านการเกษตร ไทย-จีน ซึ่งเกิดจากความตกลงด้านการเกษตรไทย-จีน เมื่อปี 2540 มี วัตถุประสงค์เพื่อร่วมสร้างความร่วมมือด้านการเกษตร โดยเน้นการแลกเปลี่ยนพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และเทคโนโลยีการเกษตรรวมทั้งการศึกษาดูงาน การวิจัยร่วม และจัดนิทรรศการสินค้าเกษตร เพื่อขยายตลาด ซึ่งประเด็นที่ร่วมหารือ คือ ความ ร่วมมือด้านเทคโนโลยีและวิชาการ เทคนิคเชิงลึก รวมถึงการวิจัยและการแลกเปลี่ยนดูงานทั้งในระดับบุคลากรวิจัย เจ้าหน้าที่ส่งเสริม และเกษตรกร เกี่ยวกับด้านพืช สัตว์ และประมง รวมถึงเทคนิคทางด้านการปลูกหม่อนและเลี้ยงไหม โดยประเด็นที่ไทยได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมากคือ ผลไม้สด Low Sugar ซึ่ง ประเทศจีนได้มีการผลิตและจำหน่ายเพื่อบริโภคแล้ว เนื่องจากในปัจจุบันผู้บริโภคส่วนมากได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ กันอย่างแพร่หลาย จึงทำให้ประเทศไทยต้องการทราบข้อมูลความรู้ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการเก็บ รักษา ตลอดจนการขนส่ง เพื่อนำมาใช้พัฒนาคุณภาพผลไม้ของไทยต่อไป
สำหรับการวิจัยเทคโนโลยีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม ซึ่งประเทศจีนเป็นประเทศที่ผลิตไหมเป็นอันดับหนึ่งของโลก ผลผลิตและคุณภาพเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง สามารถส่งออกเส้นไหมและผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลก โดย ประเทศไทยได้ให้ความสนใจการเรียนรู้เทคโนโยลีเรื่องการปรับปรุงพันธุ์ไหม การควบคุมคุณภาพการผลิตไข่ไหม การเลี้ยงไหมระดับฟาร์มของเกษตรกรแบบผสมผสาน การสาวไหม การตรวจสอบคุณภาพเส้นไหม และการตกแต่งสำเร็จไหม ซึ่งปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งกรมหม่อนไหมขึ้นใหม่ จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาบุคลากรให้ก้าวทันต่อเทคโนโลยีด้านหม่อนไหม
โดยการแลกเปลี่ยนบุคลากร การศึกษาดูงาน และการฝึกอบรม ซึ่งไทยจะส่งนักวิชาการเข้ารับการฝึกอบรม ดูงานระยะสั้น เป็นเวลา 2 เดือน และแลกเปลี่ยนนักวิชาการระหว่างไทย-จีน จำนวน 3 ครั้ง ครั้ง ละ 15 วัน ดังนั้นประเทศจีนจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญที่บุคลากรเหล่านี้จะได้นำไป พัฒนางาน และเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น







