
Back to the Future
โดย...นายบุญสน เจนชัยมหกุล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส
โดย...นายบุญสน เจนชัยมหกุล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส
เมื่อพูดถึง Digital Transformation อันเป็นคำฮิตที่หากไม่เอ่ยถึงดูเหมือนตกยุคอย่างแรง ทั้งๆ ที่คนพูดบางคนยังไม่รู้ว่าจะนำไปสร้างประโยชน์ หรือผลตอบแทนได้อย่างไร คล้ายกับเมื่อหลายสิบปีก่อนที่คอมพิวเตอร์มีราคาถูกลง ก็เริ่มจะมองหาว่านำมาใช้ประโยชน์อย่างไร แทนการกำหนดเป้าหมายหรือปัญหาที่ต้องการหาคำตอบ กลายเป็นนำเอาคำตอบแล้วย้อนกลับไปหาคำถาม และดูเหมือนบรรยากาศเก่าๆ กำลังย้อนกลับมาอีกครั้ง
โมเดลทางธุรกิจย้อนหลังกลับไปอย่างน่าประหลาดใจ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องคลาวด์ (Cloud) ที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนเมื่อไม่นานนี้ หากมองลึกลงไปแล้ว เทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่รูปแบบของธุรกิจและการให้บริการกลับย้อนไปสู่ยุคเดิมเมื่อ 30 ปีก่อน หากไม่ใช่หน่วยงานภาครัฐ จะไม่มีธุรกิจใดที่มีศักยภาพในการลงทุนเป็นเจ้าของเครื่องเมนเฟรมเพื่อใช้ในการประมวลผล และเมื่อมีความต้องการใช้ทรัพยากรนี้ ก็จะเช่าใช้บริการจากบริษัทเจ้าของเทคโนโลยีโดยมีผู้เชี่ยวชาญให้บริการจากศูนย์กลาง โดยจ่ายค่าบริการตามเวลาที่ใช้งาน เป็นการแบ่งปันการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ข้อแตกต่างของวันนี้เป็นเพียงเราเรียกการบริการที่หลายคนมีข้อกังวลไม่รู้จบนี้ว่า Outsource ในขณะที่ในอดีตเราไม่เคยมีคำเรียก
ความคิดหลายอย่างที่สูญหายไปกับอดีต ได้ย้อนกลับมาอย่างน่าแปลกใจ เช่นเดียวกับรถยนต์ไฮบริดที่แพร่หลายกันอยู่ทุกวันนี้ จริงๆ แล้วไม่ใช่สิ่งใหม่ หากมองย้อนกลับไปในปี 1900 เฟรดเดอริก พอร์ช เริ่มผลิตรถยนต์พลังงานแบตเตอรี่ แต่เนื่องจากน้ำหนักแบตเตอรี่หนักมากถึง 1.8 ตัน ทำให้ไม่สามาถไต่ทางลาดชันได้ ทำให้เปลี่ยนแปลงแนวทางเป็นการผสมผสานพลังงานเชื้อเพลิงและแบตเตอรี่ต่อมาในปี 1901 (Hybrid) และมีการจำหน่ายไปมากกว่า 300 คัน แต่เนื่องจากคุณภาพของแบตเตอรี่ในยุคนั้นยังไม่ดีพอ ทำให้รถยนต์ในรูปแบบนี้ไม่เป็นที่นิยม แต่กลับกลายเป็นสิ่งที่เราได้ใช้งานในอีก 200 ปีให้หลัง วิธีคิดไม่ได้แตกต่างออกไป เพียงแต่ความพร้อมของเทคโนโลยีในแต่ละยุคสมัยต่างหากที่เปลี่ยนไป
อีกเรื่องหนึ่งด้านเทคโนโลยีคงหนีไม่พ้นเรื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ซึ่งก้าวแรกคงหนีไม่พ้นที่จะต้องพูดถึงเครื่อง แอปเปิ้ล (วัน) นวัตกรรมทำให้ทุกคนสามารถที่จะเป็นเจ้าของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้ในราคาที่ซื้อหาได้ แต่ในจุดเริ่มต้นนั้นกลับไม่มีซอฟต์แวร์เพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่งมีการพัฒนาขึ้นในภายหลัง และมีความสามารถมากขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับความสลับซับซ้อนที่มากขึ้นตามมาด้วย จนกระทั่งเป็นปัญหาของผู้ใช้งานในวันนี้ที่หากไม่มีความรู้พื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ จะไม่สามารถแก้ไขหรือแม้กระทั่งเข้าใจอุปสรรคของการใช้งานที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความต้องการที่จะใช้งานเหมือนดังเช่นยุคเดิมสมัยที่ผู้ใช้งานมีแต่จอและแป้นพิมพ์
ผู้อ่านหลายท่านอาจเก่าแก่พอที่จะมีโอกาสสัมผัสหน้าจอขนาดใหญ่พร้อมตัวอักษรสีเขียว เมื่อไรก็ตามที่เข้าสู่ระบบได้ก็จะสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น โดยที่ไม่ต้องรู้เลยว่าอุปกรณ์ที่อยู่ด้านหลังนั้นทำงานอย่างไร เรากำลังย้อนกลับไปสู่การใช้งานในรูปแบบเดิมโดยใช้เทคโนโลยีในชื่อใหม่ว่า Virtual Desktop ที่ผู้ใช้งานหากมีอุปกรณ์ปลายทาง และเข้าสู่ระบบงานได้ จะสามารถใช้งานพร้อมข้อมูลของตนเองจากทุกที่ทั่วโลก โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลความปลอดภัยและความพร้อมในการใช้งานอยู่ด้านหลัง
หลายสิ่งหลายอย่างกำลังย้อนกลับมาอย่างน่าประหลาดใจ แก่นสำคัญอยู่ที่การตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐาน ความอยู่รอดของธุรกิจของท่านขึ้นอยู่กับว่าท่านสามารถมองเห็นหรือไม่ว่าพื้นฐานของธุรกิจก่อกำเนิดขึ้นจากอะไร แล้วค่อยมองว่าดิจิทัลเข้ามาช่วยธุรกิจของท่านให้ยั่งยืนได้อย่างไรบ้าง การหาคำตอบก่อนแล้วค่อยย้อนไปหาคำถามอาจไม่ใช่วิธีการที่ดีนัก







