
ชงไอพีโอปตท.ค้าปลีก
PTT ลดสัดส่วนถือหุ้นค้าปลีกต่ำกว่า 50% หนุนไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ สร้างความโปร่งใส คาดเข้าซื้อขาย SET ปี 2561
PTT ลดสัดส่วนถือหุ้นค้าปลีกต่ำกว่า 50% หนุนไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ สร้างความโปร่งใส คาดเข้าซื้อขาย SET ปี 2561
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.(PTT) เปิดเผยว่า แผนการจัดโครงสร้างธุรกิจนำ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก หรือ PTTOR เป็นบริษัทลูกและเป็นบริษัทแกนของกลุ่ม ปตท. ในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) โดยจะนำเสนอวาระต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ให้พิจารณาอนุมัติในช่วงเดือน เม.ย. 2560 นี้ จากนั้นจะดำเนินการแยกบริษัท รวมถึงการโอนทรัพย์สินที่ใช้ในการทำธุรกิจไปยัง PTTOR รวมถึงเตรียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) และทำตามขั้นตอน คาดว่าจะสามารถขายไอพีโอและนำหุ้น PTTOR เข้าซื้อขายจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ภายในปี 2561 การจัดสรรไอพีโอจะแบ่งให้ทั้งนักลงทุนทุกกลุ่ม
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะลดสัดส่วนการถือหุ้นใน PTTOR ลงเหลือต่ำกว่า 50% จากปัจจุบันที่ถือ 100% แต่บริษัทยังคงสถานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ต่อไปเพื่อให้ PTTOR ไม่เป็นบริษัทที่มีสถานะรัฐวิสาหกิจ เพื่อจะมีความคล่องตัวในการบริหารธุรกิจ
“ตามรัฐธรรมนูญไทยกำหนดไว้ชัดเจนว่ารัฐไม่ประกอบกิจการแข่งขันกับเอกชน ยกเว้นกรณีจำเป็นเพื่อความมั่นคงหรือเป็นกิจการสาธารณะ ดังนั้น PTT ในฐานะองค์กรรัฐวิสาหกิจกังวลว่ากิจการค้าน้ำมันจะเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ เพราะผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันในไทยมีไม่ต่ำกว่า 40 ราย ทั้งบริษัทไทยและต่างชาติ ซึ่งผู้ประกอบการไทยมีส่วนแบ่งการตลาดรวมทั้งสิ้น 70% อีกทั้งเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าบริษัทเป็นรัฐวิสาหกิจจะใช้อำนาจรัฐในการแข่งขันทำธุรกิจเอาเปรียบเอกชน ดังนั้น การแยก PTTOR ออกมาจะช่วยสร้างความชัดเจนและโปร่งใสในการประกอบธุรกิจและทำกำไรในกิจการน้ำมัน รวมถึงค้าปลีกที่มีการแข่งขันอย่างเสรี และเห็นว่า PTT ไม่ได้ใช้อำนาจของรัฐในการเอาเปรียบเอกชนรายอื่น” นายเทวินทร์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสของ PTTOR ในการขยายธุรกิจออกไปในกลุ่มอาเซียนได้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งเสริมเอกชนขนาดกลางและย่อมของไทยที่ทำกิจการในสถานีบริการน้ำมันของ ปตท.เติบโต เพราะเมื่อมีสถานะเป็นบริษัทเอกชนจะมีข้อดีมากกว่าการเป็นรัฐวิสาหกิจเข้าไปทำธุรกิจ เพราะเจ้าของประเทศกังวลเรื่องความมั่นคงมากกว่า ปัจจุบันบริษัทกำลังเจรจากับหุ้นส่วนธุรกิจบริษัทท้องถิ่นในเมียนมาเพื่อร่วมทุนธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน จากที่มีอยู่ในลาว กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ซึ่งบริษัทมีแผนจะขยายต่อเนื่อง อีกทั้งศึกษาการเข้าไปลงทุนในประเทศใหม่เพิ่ม
สำหรับนโยบายของ PTTOR ระยะยาวต้องการเพิ่มสัดส่วนกำไรก่อนภาษีค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่าย (อีบิตดา) มาจากธุรกิจกลุ่มค้าปลีกที่ไม่ใช่จากธุรกิจจำหน่ายน้ำมัน 20-30% โดยระยะยาวต้องการให้อีบิตดาน้ำมันกับค้าปลีกอื่นใกล้เคียงกัน







