
ปรับตัวแข่งเที่ยวอาเซียนบูม
การท่องเที่ยวในอาเซียนเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายดึงท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาเที่ยวในอาเซียนเพิ่มเป็น 121 ล้านคน
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การท่องเที่ยวในอาเซียนเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายดึงท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาเที่ยวในอาเซียนเพิ่มเป็น 121 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 10% โดยมีแคมเปญสำคัญ
วิสิต อาเซียน @ 50 โกลเด้น เซเลเบรชั่น 2017 เนื่องในโอกาสฉลอง 50 ปี อาเซียน
ลีเซียนลูง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เปิดเผยในโอกาสเปิดงานกาล่าดินเนอร์ของอาเซียน ทัวริซึ่ม ฟอรั่ม 2017 ว่า ในปีนี้ตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเที่ยวในอาเซียน 121 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 2559 สร้างรายได้ 8.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.9 ล้านล้านบาท รวมทั้งเพิ่มวันพักเฉลี่ยเป็น 6-7 วัน สำหรับการท่องเที่ยวมากกว่า 2 ประเทศในภูมิภาคนี้
สำหรับปีนี้ได้จัดแคมเปญฉลอง 50 ปี อาเซียน ภายใต้ชื่อ วิสิต อาเซียน @ 50 โกลเด้น เซเลเบรชั่น 2017 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือน ม.ค.นี้ที่สิงคโปร์ โดยจะร่วมมือกับผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยว ในการนำเสนอแพ็กเกจทัวร์ราคาพิเศษ ตั๋วเครื่องบิน และช็อปปิ้ง รวมทั้งโปรโมทการท่องเที่ยวอาเซียน สะท้อนให้เห็นว่าอาเซียนเป็นจุดหมายหนึ่งเดียวผ่านสื่อต่างๆ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์
ด้านกลุ่มเป้าหมายในการโปรโมทการท่องเที่ยวอาเซียน อันดับแรกเป็นคนในอาเซียนเอง ตลาดเอเชียแปซิฟิกที่สำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย และออสเตรเลีย ตลาดยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี รัสเซีย ตะวันออกกลาง ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย คูเวตกาตาร์ บาห์เรน และโอมาน นอกจากนี้ยังมีสหรัฐอเมริกา และแคนาดา
ลี กล่าวว่า ประเทศในอาเซียนยังต้องร่วมมือกันรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมา โดยมี 3 ประเด็นหลักต้องช่วยกันขับเคลื่อน คือ 1.การอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาต่อเนื่องจากที่ได้ทำมาแล้ว เช่น การขยายสนามบิน เพิ่มจำนวนเที่ยวบินเข้ามาประเทศต่างๆ ในอาเซียน การเปิดเสรีน่านฟ้า และการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า 2.การให้ความสำคัญสร้างการท่องเที่ยวทางเรือสำราญในอาเซียนให้เกิดได้ ผ่านการลงทุนขยายท่าเรือสำหรับจอดเรือสำราญ และเชื่อมเส้นทางจอดเรือหลายจุดที่น่าสนใจร่วมกัน 3.การเพิ่มทักษะบุคลากรในอุตสาหกรรมนี้ให้พร้อมรองรับการท่องเที่ยวที่เติบโต
“ทั่วโลกมีความไม่แน่นอนสูง แต่สำหรับอาเซียนมีจุดแข็งคือมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย เช่น หาดทรายชายทะเล แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม ช็อปปิ้ง และการท่องเที่ยว เป็นรายได้สำคัญมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง ประเทศในอาเซียนจึงต้องร่วมมือกันเพื่อลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว รวมถึงป้องกันการก่อความไม่สงบในภูมิภาคนี้”
ด้าน ชนินทธ์ โทณวณิก ประธานคณะกรรมการบริหาร กลุ่มเครือโรงแรมและรีสอร์ท ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล มองว่า การขยายตัวของท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียนจะไม่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไทยลดน้อยลง แต่ในทางตรงข้ามจะเป็นการเสริมซึ่งกันและกัน และจะทำให้ท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียนเติบโตไปพร้อมๆ กัน ซึ่งที่ผ่านมาประชารัฐด้านการท่องเที่ยวได้พยายามผลักดันให้สายการบินของไทยเปิดเส้นทางบินเชื่อมไปในเมืองต่างๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น และกระจายไปยังเมืองรองของไทย เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัว
ทั้งนี้ การท่องเที่ยวไทยจะเติบโตไปได้อีกมาก แต่ปัญหาสำคัญคือ การวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทั้งในแง่สาธารณูปโภคที่วันนี้ยังไม่เพียงพอรองรับนักท่องเที่ยว ความปลอดภัยซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก การเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่เข้ามารองรับการขยายตัว รวมทั้งการยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากขึ้น
หากไม่สามารถรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นได้ทัน ในระยะยาวก็อาจจะสูญเสียโอกาสให้กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้เช่นกัน







