
ทีซีแอลปรับทัพ แตกไลน์-รุกตลาดบน
การแข่งขันของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
การแข่งขันของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับพิษเศรษฐกิจที่ทำให้ลูกค้าตลาดล่างมีปัญหา ส่งผลให้บริษัท ทีซีแอล อิเล็กทรอนิกส์ ต้องออกมาเปิดเกมรุก เพื่อขยายฐานลูกค้าเพิ่ม ขณะเดียวกันก็ลุยสร้างแบรนด์สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าทีซีแอลให้เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคชาวไทยในฐานะกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์
แซนดี้ โจว ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ทีซีแอล อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทีซีแอล กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้บริษัทจะทำตลาดในเชิงรุกมากขึ้น ด้วยการให้ความสำคัญกับกลุ่มสินค้าระดับกลาง-บน จากเดิมเน้นทำตลาดระดับล่างเป็นหลัก
ขณะเดียวกัน ทีซีแอลยังจะหันมาสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เป็นสินค้าจีนสู่ระดับไฮเอนด์ ด้วยการใช้กลยุทธ์ราคาถูกกว่าแบรนด์เกาหลีและญี่ปุ่น 10-15%
พร้อมกันนี้ยังมีแผนจะขยายไลน์สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนเข้าทำตลาดในไตรมาส 3-4 เริ่มด้วยการเปิดตัวตู้เย็นและเครื่องซักผ้าระดับกลาง-บนเข้าทำตลาด ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ ทีซีแอลรุกทำตลาดกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนรอบ 13 ปีที่ทำตลาดในประเทศไทย จากเดิมเน้นทำตลาดทีวีอย่างเดียว
สำหรับกลุ่มทีวีให้ความสำคัญกับการทำตลาดในปีนี้ คือ ยูเอชดีทีวี มีความละเอียดสูงระดับ 4K และสมาร์ททีวี โดยในปีนี้มีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้าทำตลาด 6 ซีรี่ส์ เริ่มต้นขนาด 43 นิ้วขึ้นไป เช่น รุ่นแฟล็กชิป LED43P2US ขนาดหน้าจอ 43 นิ้ว ราคา 16,990 บาท เป็นต้น
แซนดี้ กล่าวต่อว่า ทิศทางของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หดตัวลงในปีที่ผ่านมา เพราะภาวะเศรษฐกิจไทยชะลอตัวส่งผลให้กำลังซื้อระดับล่างไม่ดี ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทีวีหดตัว 8% เหลือ 2.5 ล้านเครื่อง ส่วนแนวโน้มตลาดทีวีปีนี้คาดว่าจะยังทรงตัวหรือเติบโตเล็กน้อย เพราะผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย ส่วนกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตดีในปีนี้ คือ ทีวีกลุ่มยูเอชดีหูฟัง กล้องดิจิทัล เครื่องฟอกอากาศ และกล้องถ่ายรูป
อย่างไรก็ดี เพื่อให้ผู้บริโภครู้จักสินค้ามากขึ้น ทีซีแอลได้มีการใช้งบ 100 ล้านบาท ปรับโฉมช่องทางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด อาทิ เพาเวอร์บาย โฮมโปร ในคอนเซ็ปต์เดอะ ครีเอทีฟ ไลฟ์ ให้มีความทันสมัยควบคู่ไปกับการเพิ่มช่องทางขายออนไลน์ร่วมกับเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซรายหลัก และการทำตลาดร่วมกับดีลเลอร์ ซึ่งในปีนี้มีแผนที่จะเพิ่มดีลเลอร์อีก 10 รายจากปัจจุบันมีอยู่ 100 ราย
แซนดี้ กล่าวปิดท้ายว่า หลังจากเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปี 2560 จะมีรายได้ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้โดยเฉพาะในกลุ่มทีวีซึ่งปีนี้คาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 3,200 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 30% และมีส่วนแบ่งการตลาดจาก 8% เพิ่มเป็น 10% ตอกย้ำอันดับ 3 ของตลาดทีวี ซึ่งในด้านของตลาดทีวีปีที่ผ่านมามีมูลค่าอยู่ที่ 2.33 หมื่นล้านบาท ติดลบ 8% เช่นเดียวกับในด้านของจำนวนยูนิต ซึ่งปีที่ผ่านมามียอดขายที่ 2.5 ล้านเครื่อง ติดลบ 8% เนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยและลดซื้อสินค้าไม่จำเป็น







