
เปิดศึกชิงตลาด ‘อีโคคาร์’
ตลาดรถยนต์ประหยัดพลังงาน หรืออีโคคาร์ กลับมาคึกคักอย่างเข้มข้นอีกครั้ง เมื่อบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย)
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
ตลาดรถยนต์ประหยัดพลังงาน หรืออีโคคาร์ กลับมาคึกคักอย่างเข้มข้นอีกครั้ง เมื่อบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) เริ่มต้นปี 2560 ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ในกลุ่มอีโคคาร์ “นิสสัน โน้ต” ลงสู่ตลาดในประเทศไทย พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่มาเกินตัว แถมด้วยการส่งโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย 2 หมื่นบาท สำหรับผู้ที่สั่งจองและออกรถยนต์ภายในสิ้นเดือน มี.ค. 2560 จำนวน 2,017 คัน
ในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ค่ายมิตซูบิชิ โดยแม่ทัพใหญ่ โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ประกาศชัดเจนว่า ยังคงให้ความสำคัญกับการทำตลาดรถยนต์อีโคคาร์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และยังได้ทำการตลาดขยายผลให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้นผ่านทางโซเชียลมีเดีย และพรีเซนเตอร์เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์กับคนรุ่นใหม่
นั่นคือสัญญาณการแข่งขันในตลาดรถอีโคคาร์ที่คุกรุ่นตั้งแต่ต้นปี 2560
สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดีรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า สิ่งที่ผู้บริโภคในกลุ่มอีโคคาร์จะได้ต่อจากนี้ไปคือ เทคโนโลยีและความปลอดภัยที่เหมาะสมกับทุกคน ซึ่งบริษัทได้นำเอาเทคโนโลยีในระดับพรีเมียมมาใส่ไว้ในรถยนต์อีโคคาร์อย่าง นิสสัน โน้ต พร้อมกันนี้ การใส่โปรโมชั่นมาในรถยนต์รุ่นที่มีการเปิดตัว เป็นเพียงกลยุทธ์หนึ่งที่จะดึงความสนใจจากผู้ใช้นิสสันเดิม ทั้ง มาร์ช และอัลเมร่า หรือรุ่นอื่นๆ ที่เป็นฐานลูกค้าของนิสสัน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วง “พรีออร์เดอร์” สำหรับรถยนต์รุ่นดังกล่าวที่จะเริ่มส่งมอบได้ในเดือน มี.ค. โดยมองว่าสอดคล้องกับภาวะการแข่งขันของตลาดในเวลานี้ที่รุนแรง
แน่นอนว่า การออกตัวแรงของ นิสสัน โน้ต ที่ให้ทั้งเทคโนโลยีแถมทั้งโปรโมชั่น ในราคาที่สมเหตุสมผลย่อมทำให้ผู้เล่นในตลาดเดียวกันต้องทำการบ้านมากขึ้นในการวางแผนเปิดตัวรถในกลุ่มเดียวกันในอนาคต
วัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มองว่า ในปีนี้การแข่งขันของตลาดรถยนต์
อีโคคาร์จะเข้มข้นจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการทำกิจกรรมทางการตลาดที่ชะลอตัวไปในช่วงปลายปีก่อนมาไว้ในปีนี้ ซึ่งแนวโน้มการเติบโตของอีโคคาร์ยังมีอัตราเติบโตดีต่อเนื่อง จากการสิ้นสุดการถือครองรถยนต์คันแรกที่จะมีส่วนหนึ่งเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่และผู้ต้องการการใช้งานรถยนต์ที่คุ้มค่าจึงเป็นโอกาสของตลาดนี้
ขณะที่ ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปีนี้รถยนต์มาสด้า 2 ซึ่งอยู่ในกลุ่มรถยนต์อีโคคาร์ จะยังคงเป็นรถธงที่สามารถสร้างยอดขายสูงสุดให้กับบริษัท ซึ่งการเปิดตัวของผู้เล่นในตลาดถือได้ว่าเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และสร้างการแข่งขันให้เกิดขึ้น โดยแต่ละบริษัทจะต้องแสดงความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ออกมาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากที่สุด
“ในปีนี้แผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 6 รุ่น ของบริษัท มี 1 ในจำนวน 6 รุ่น เป็นรถยนต์ มาสด้า 2 ที่จะมีการเพิ่มความสดใหม่ให้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปไม่เลือกซื้อรถยนต์จากโปรโมชั่น และการแข่งขันด้านราคา แต่จะเป็นการเลือกซื้อด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์” ชาญชัย กล่าว
ด้าน ตะวัน คำฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ ซูบารุ ให้ความเห็นว่า ตลาดรถยนต์อีโคคาร์ และบี-เซ็กเมนต์ในปีนี้ยังมีโอกาสเติบโตอยู่ ขณะที่ ซี-เซ็กเมนต์ และ ดี-เซ็กเมนต์ ชะลอตัวจากพฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่หากต้องการรถยนต์ขนาดใหญ่ขึ้นจะต้องขยับเซ็กเมนต์ แต่ปัจจุบันผู้ผลิตพัฒนาและกระตุ้นในกลุ่มบี-เซ็กเมนต์ในทุกด้านเพื่อผลักดันยอดขาย จึงส่งผลให้บางกลุ่มเติบโตและบางกลุ่มชะลอตัว
คงจะต้องจับตากลยุทธ์และแผนการตลาดของบริษัทต่างๆ ในกลุ่มอีโคคาร์ว่า หลังจากนี้จะมีการวางหมาก แก้เกม เพื่อชิงตลาดในภาวะการแข่งขันที่รุนแรงเช่นนี้ได้อย่างไร







