
ธปท.-เอดีบีชวนเจนวายหันมาออมเงินป้องกันหนี้เสียในอนาคต
ธปท.ชวนเจนวายติดแฮชแท็กโชว์การออมเงินให้ได้ต่อเนื่อง 21 วัน เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินป้องกันหนี้เสียที่อาจเพิ่มขึ้นกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ธปท.ชวนเจนวายติดแฮชแท็กโชว์การออมเงินให้ได้ต่อเนื่อง 21 วัน เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินป้องกันหนี้เสียที่อาจเพิ่มขึ้นกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในอนาคต
นางชนาธิป จริยาวิโรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ต้องการป้องกันกลุ่มคนเจนวาย (อายุ 18 -34 ปี) ที่เริ่มมีเงินเดือนหันมาเปลี่ยนพฤติกรรมการเงิน ใช้จ่ายเงินให้เป็นและรู้จักเก็บออมไปด้วยโดยไม่กระทบวิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้ไม่ให้มีหนี้สินล้นพ้นตัว จนก่อหนี้เสียมากระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจภายรวมในอนาคต และเพิ่มสัดส่วนการออมของประเทศ
สาเหตุที่เลือกให้ความรู้ทางการเงินกับกลุ่มเจนวายก่อน เพราะคนรุ่นนี้จะมีช่องทางการเข้าถึงเงินกู้ได้ง่าย โดยเฉพาะบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ที่กู้โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน บวกกับไลฟ์สไตล์ที่คนกลุ่มนี้ชอบใช้จ่ายเพื่อความสุขตามไลฟ์สไตล์สูงกว่ากลุ่มคนวัยอื่นๆ เลยกลายเป็นว่ายอดใช้จ่ายต่อบัตรเครดิตแต่ละใบสูง ใช้ไปแล้วก็มาผ่อนขั้นต่ำ 10% ของวงเงินที่ใช้ไปทั้งหมด ยอมจ่ายดอกเบี้ยสูง 20% และถ้าใช้เพลินชำระขั้นต่ำวนไปเรื่อย รูดใบนี้จ่ายใบนั้นขั้นต่ำไปตลอด พอรู้ตัวอีกทีก็เขาอาจมีหนี้เกินกำลังความสามารถในการใช้คืนหนี้ต่อเดือน กลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในระบบในอนาคตได้
“ฉะนั้น ถ้าเราบอกเขาตั้งแต่ขณะนี้ ว่ามีเงินแล้วต้องใช้เงินยังไง ต้องระวังอย่างไร ใช้เงินไปด้วย ออมไปด้วย โดยไม่กระทบไลฟ์สไตล์มันสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ความพยามอะไรมากนัก ก็ช่วยป้องกันปัญหาหนี้เสียที่อาจเป็นปัญหาในอนาคตได้ ดีกว่าเข้าไปแก้หนี้เสียหรือไม่ลดหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงทีหลัง ดูจากผลสำรวจเจนวายเป็นกลุ่มใช้เงินเก่ง ใช้จ่ายสูงเสี่ยงก่อหนี้เกินตัว ธปท.และธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย(เอดีบี)จึงเลือกให้ความรู้ทางการเงินกับคนกลุ่มนี้ก่อนกลุ่มอื่นเป็นโครงการแรก”นางชนาธิปกล่าว
ทั้งนี้ ธปท.และเอดีบีได้ร่วมกันเปิดตัวแคมเปญ "Effortless Saving" เพื่อให้กลุ่มคนรุ่นใหม่รู้ว่า การเก็บเงินนั้นเป็นเรื่องง่าย และสามารถทำได้ทุกวัน เพียง 1.เก็บออมจากเงินทอน ทุกครั้งที่รับเงินทอนก็เก็บ 2.เก็บจากเลขท้ายของจำนวนเงินที่ใช้ไป เช่น ซื้อของไป 599 บาท ก็เก็บเงินออม 99 บาท เป็นต้น และ 3. เงินเงินจากส่วนลดสินค้าที่ซื้อ เช่น ปกติซื้อของได้ราคา 1,000 บาท จากราคาปกติ 1,200 บาท ก็เก็บออม 200 บาท ซึ่งโครงการนี้ธปท.ชวนเน็ตไอดอล ชวนบล็อก มาร่วมโครงการติดแฮชเท็กแล้วแชร์การเก็บเงิน โดยไม่ต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ การกิน แชะ แชร์ โชว์ แถมได้เพิ่มความสมาร์ทจากการเก็บออมเงินผ่านรูปที่แชร์ในโซลเซียส เฟสบุ๊ค ทวิต อิสตาร์แกรม ได้เช่นเดิม แค่เพียงเข้า www.effortlesssaving.com ก็จะโชว์พฤติกรรมารออมเงินให้ต่อเนื่องครบ 21 วันได้ ซึ่งผลสำรวจใครทำพฤติกรรมซ้ำๆได้ครบ 21 วัน จะทำให้เปลี่ยนพฤติกรรมาเก็บออมได้ โดยคนที่สนมใจร่วมโครงการก็สามารติดแฮชแท็ก #แบงก์ชาติ #effortlesssaving #เปย์ไม่เจ็บเก็บไม่จน และครบ 21 วัน จะมีการสุกปผลจำนวนคนที่เข้าร่วมโดยนับจากจำนวนแฮชแท็ก







