posttoday
ปันผล ปลอดภาษี

ปันผล ปลอดภาษี

17 มกราคม 2560

ขึ้นชื่อว่า “เงินปันผล” ไม่ว่าจะเป็นปันผลจากการเป็นผู้ถือหุ้น ปันผลจากกองทุนรวม สิ่งที่จะโดนเหมือนๆ กัน คือ “ภาษีเงินปันผล” หัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ของเงินปันผลที่ได้รับ

ขึ้นชื่อว่า “เงินปันผล” ไม่ว่าจะเป็นปันผลจากการเป็นผู้ถือหุ้น ปันผลจากกองทุนรวม สิ่งที่จะโดนเหมือนๆ กัน คือ “ภาษีเงินปันผล” หัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ของเงินปันผลที่ได้รับ

แต่ถ้าเป็นเงินปันผลที่ได้จากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (หรือจะเรียกสั้นๆ ว่า “อินฟราฟันด์” ก็ได้) จะได้รับยกเว้นภาษีเงินปันผล เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันจดทะเบียนจัดตั้งกองทุน

เพราะฉะนั้นจึงเหมาะมากๆ ที่จะเป็นแหล่งรายได้หลังเกษียณ เพราะนอกจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจะให้ปันผลในอัตราที่น่าพอใจแล้ว ยังเป็นรายได้ที่ค่อนข้างจะสม่ำเสมอ จนแทบจะลืมรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากไปเลย

ถ้าดูจาก อินฟราฟันด์ ทั้ง 5 กองทุนที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลตั้งแต่ 2-7% ต่อปี

แต่ก่อนจะกระโดดเข้าไปลงทุน ต้องเข้าใจก่อนว่า อินฟราฟันด์ กองทุนนั้นเข้าไปลงทุนกิจการโครงสร้างพื้นฐานประเภทไหน มีที่มาของรายได้เป็นอย่างไร เพราะแม้ว่าจะได้ชื่อว่าอินฟราฟันด์เหมือนกัน แต่ถ้ามีการลงทุนกิจการต่างกัน และรูปแบบรายได้ไม่เหมือนกัน ก็ทำให้โอกาสที่จะได้ผลตอบแทนไม่เท่ากันตามไปด้วย

ในปัจจุบัน อินฟราฟันด์สามารถลงทุนกิจการโครงสร้างพื้นฐานได้ 12 ประเภท (ทั้งในประเทศและต่างประเทศ) ได้แก่

1.ระบบขนส่งทางราง หรือทางท่อ

2.ไฟฟ้า

3.ประปา

4.ถนน ทางพิเศษ หรือทางสัมปทาน

5.ท่าอากาศยานหรือสนามบิน

6.ท่าเรือน้ำลึก

7.โทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

8.พลังงานทางเลือก

9.ระบบบริหารจัดการน้ำ หรือการชลประทาน

10.ระบบป้องกันภัยธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงระบบเตือนภัยและระบบจัดการเพื่อลดความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นด้วย

11.ระบบจัดการของเสีย

12.กิจการที่มีลักษณะเป็นกิจการโครงสร้างพื้นฐานตาม 1-11 หลายกิจการ (Multi-Infrastructure) ประกอบกัน โดยกิจการที่ประกอบกันเหล่านั้นเข้าลักษณะที่ครบถ้วนดังนี้

- มีความเชื่อมโยง ส่งเสริม หรือก่อให้เกิดประโยชน์ซึ่งกันและกันหรือต่อชุมชนเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน

- ก่อให้เกิดหรือจะก่อให้เกิดรายได้เป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 80% ของรายได้รวมของกิจการทั้งหมดที่ประกอบกันนั้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นกิจการประเภทไหนก็จะต้องลงทุนในสินทรัพย์ 5 ประเภทนี้เท่านั้น คือ

1.กรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิการเช่าในที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร อุปกรณ์ ตลอดจนทรัพย์สินอื่นใดที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการประกอบกิจการโครงสร้างพื้นฐาน

2.สิทธิสัมปทานในการประกอบกิจการโครงสร้างพื้นฐาน

3.สิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้ในอนาคต หรือสิทธิตามสัญญาแบ่งรายได้ในอนาคตของกิจการโครงสร้างพื้นฐานหรือที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการกิจการโครงสร้างพื้นฐาน หรือการบริหารจัดการทรัพย์สินอื่นใดที่ได้จากการประกอบกิจการโครงสร้างพื้นฐาน

4.สิทธิเรียกร้องตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ หรือสัญญาก่อสร้าง หรือสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์หรือบริการของกิจการโครงสร้างพื้นฐาน

5.หุ้นหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทที่มีลักษณะ ดังนี้

   5.1 มีการลงทุนในทรัพย์สินในข้อ 1-4 รวมกันไม่น้อยกว่า 75% ทรัพย์สินรวมของบริษัท หรือมีรายได้จากการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินในข้อ 1-4 ไม่น้อยกว่า 75% ของรายได้รวมในแต่ละปี

   5.2 มีกองทุนรวมเป็นผู้ถือหุ้นเกินกว่า 75% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้นและเกินกว่า 75% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น

ทั้งนี้ สินทรัพย์แต่ละประเภทจะมีความมั่นคงของรายได้ในอนาคตที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าซื้อกรรมสิทธิ์ ก็มีโอกาสที่จะได้รับรายได้ไปเรื่อยๆ

แต่หากเป็นสิทธิสัมปทาน หรือสิทธิตามสัญญาแบ่งรายได้ จะได้รับรายได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ จึงต้องดู “วันหมดอายุ” เพราะเมื่อสิทธิที่ได้หมดอายุมูลค่ากองทุนก็จะหมดไปด้วย

นอกจากนี้ ยังต้องเข้าใจที่มาที่ไปของรายได้ เพราะแม้จะเป็นกิจการประเภทเดียวกัน และกองทุนลงทุนในสินทรัพย์รูปแบบเดียวกัน เช่น เป็นการลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าเหมือนกัน แต่อาจจะมีที่มาของรายได้ไม่เหมือนกัน โอกาสให้ผลตอบแทนไม่เท่ากัน ความเสี่ยงแตกต่างกัน

ถ้าศึกษาจนเข้าใจก่อนเข้าไปลงทุน และรอรับเงินปันผลอย่างสบายใจ แถมยังไม่ต้องเสียภาษี

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69