posttoday
แนวโน้มเศรษฐกิจและปัจจัยแวดล้อม ที่เปลี่ยนแปลงไปในปี 2560

แนวโน้มเศรษฐกิจและปัจจัยแวดล้อม ที่เปลี่ยนแปลงไปในปี 2560

17 มกราคม 2560

โดย...อิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

โดย...อิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

ผมขอถือโอกาสนี้สวัสดีปีใหม่และต้อนรับเทศกาลตรุษจีนกับทุกๆ ท่านในคราวเดียวกัน เริ่มต้นปีระกาปีนี้มีเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะปัญหาอุทกภัยน้ำทางภาคใต้ ที่พี่น้องประชาชนในหลายจังหวัดทางตอนล่างของประเทศไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักและเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งทางภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ได้เข้าช่วยเหลือเพื่อดูแลพี่น้องชาวภาคใต้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังจะมีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคใต้ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด กระทรวงการคลังเองก็ได้ระดมกำลังธนาคารรัฐ 4 แห่งออกมาตรการเข้าช่วยเหลือโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะสินเชื่อฉุกเฉินรวมถึงการพักชำระหนี้ และมาตรการทางภาษีที่ผู้บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้สามารถนำไปลดหย่อนหักภาษีรายได้  1.5 เท่า แต่ไม่เกิน10% ของรายได้สำหรับบุคคลธรรมดา และ 1.5 เท่า ไม่เกิน 2% สำหรับนิติบุคคล มาตรการที่ออกมาหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้พี่น้องชาวภาคใต้กลับสู่สภาวะปกติได้เร็วที่สุด

สำหรับปี 2560 นี้จะเป็นอีกหนึ่งปีที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของเทคโนโลยีที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะรวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในปี 2560 โดยเฉพาะเรื่องต้นทุน อย่างเช่น อัตราดอกเบี้ย ที่น่าจะอยู่แนวโน้มขาขึ้น จากปัจจัยที่ธนาคารกลางต่างประเทศโดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด มีแนวโน้มที่จะขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้ง อีกทั้งยังรอดูนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ว่ามีนโยบายการดำเนินงานเป็นอย่างไร จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกอย่างไร แต่ที่จะส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดมากยิ่งขึ้นในปีนี้ คือปัจจัยสภาพแวดล้อมต่างๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีจะเริ่มเห็นการเข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจ การอุปโภคบริโภคอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ดังจะเห็นได้จากหลายๆ หน่วยงานโดยเฉพาะภาครัฐ ที่จะเห็นรูปธรรมตามโครงการ National e-Payment หรือการนำพาประเทศเข้าสู่ยุค Digital Economy 4.0 ตัวอย่างเช่น โครงการระบบ PromptPay ที่จะเริ่มเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบได้ภายในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะทำให้ระบบการโอนเงินระหว่างบุคคลต่อบุคคล เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ระบบดังกล่าวจะเข้ามาช่วยด้านความสะดวก รวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น การจ่ายเงินสวัสดิการภาครัฐให้กับประชาชนก็จะมีความรวดเร็ว ถูกต้อง ถูกคนมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจากสภาพแวดล้อมดังกล่าวที่เปลี่ยนแปลงไป จะช่วยให้ภาครัฐสามารถวางแผนงานการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตรงกลุ่มและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับภาครัฐยังคงมีอีกหลายๆ โครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องในปี 2560 นี้

สำหรับภาคเอกชนเอง ปีนี้หลายๆ หน่วยงานเอกชนก็มีการวางแผนการปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป หลายๆ ภาคธุรกิจมีการปรับตัวเพื่อเตรียมความพร้อม และหลายๆ ภาคธุรกิจได้มีการออกบริการใหม่ๆ ออกมา เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมใหม่ๆ อีกทั้งจะทำให้เกิดธุรกิจประเภทใหม่เกิดขึ้นมาทดแทนธุรกิจเดิมๆ ที่กำลังต้องปิดตัวลงไป ดังนั้นการเตรียมความพร้อมจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง สำหรับภาคธุรกิจการเงินการธนาคารเอง ปี 2560 คงจะได้เห็นการให้บริการทางด้านการเงินการธนาคารรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะสาขาธนาคารที่มีธนาคารหลายๆ แห่งกำลังปรับเปลี่ยนสาขาธนาคาร เป็นสาขาธนาคารแบบดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบ การเปิดสาขาธนาคารในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการให้มีความรวดเร็ว ทันสมัย ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค การทำธุรกรรมทางการเงินต่อไปนี้จะสามารถดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด และจะสามารถทำได้ทุกธุรกรรม ซึ่งจะทำให้สภาพแวดล้อมและข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับประเทศไทยต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ