
เอสเอ็มอีมีเฮ
โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
เช้าวันที่ 16 ม.ค. รัฐบาลน่าจะมีข่าวดีให้กับพี่น้องชาวเอสเอ็มอีทั่วประเทศ เป็นของขวัญปีใหม่ชะโลมใจผู้ประกอบการไทยไซส์เล็กที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ว่ากันว่าจะมีเงินทุนพร้อมอัดฉีดก้อนมหึมาระดับ 2 แสนล้านบาท ทั้งในรูปของกองทุนพิเศษและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกระหน่ำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ติดตามข่าวให้ดีนะครับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจหัวเรือใหญ่ขวัญใจชาวเอสเอ็มอีจะควงแขน 2 รัฐมนตรี ทั้งว่าการกระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเบอร์หนึ่งแบงก์รัฐและเอกชนครบองค์ถกกันให้สะเด็ดน้ำที่ตึกเอสเอ็มอีแบงก์ก่อนจะร่วมกันแถลงข่าวที่พวกเรารอคอย
งานนี้หวังว่าเอสเอ็มอีรายเล็กคงจะไม่ตกขบวนเหมือนตอนออกซอฟต์โลน 1-2 เมื่อต้นปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อกันความผิดหวังก็ขอแนะนำให้เตรียมความพร้อมของตัวเองไว้เนิ่นๆ เอกสารราชการรีบไปคัดล่าสุดรอไว้ งบการเงิน รายการเดินบัญชี รายการหนี้และใบเสร็จ ผลประกอบการปีที่แล้ว และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าแบงก์ไหนก็มีสิทธิใช้บริการในรอบนี้ได้ ไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหนก็ใช้บริการผ่านธนาคารทุกแห่งได้
เอสเอ็มอีมีปัญหาแบ่งได้ 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือยังดำเนินธุรกิจอยู่ เพิ่งเริ่มสะดุดไม่นาน มีค้างจ่ายบ้างแต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นหนี้เสีย กลุ่มนี้เจ้าหนี้มักจะยอมให้ปรับเงื่อนไขผ่อนจ่ายกันใหม่ เขาไม่อยากให้กลายเป็นหนี้เสียเพราะต้องกันเงินสำรองเพิ่ม วิน-วิน ช่วยได้ช่วยกันถ้ามีมาตรการจากรัฐมาเสริมจะมีโอกาสได้เงินใหม่สูง ส่วนกลุ่มสองคือกลุ่มที่ค้างจ่ายจนกลายเป็นหนี้เสียเต็มตัว และตามด้วยถูกฟ้องคดีเป็นของแถม อันนี้ละคือปัญหาชีวิตที่แทบจะหมดโอกาสรับความช่วยเหลือเลย เจ้าหนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบงก์เอกชนมักจะไม่อยากเสียเวลาจุกจิกกับหนี้รายเล็ก จะปรับจะแก้จะผ่อนปรนจะต้องถอนฟ้องหรือยืดคดีไม่ค่อยมีใครอยากทำให้ ส่วนใหญ่เดินหน้าแล้วไม่หันกลับ ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คนอื่นอยากจะช่วยก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ขืนช่วยเติมเงินใหม่เข้าไป แล้วเงินนั้นดันไปจ่ายหนี้เดิมก็ไปไม่รอด หรือหากเจ้าหนี้เดิมยังเดินหน้าฟาดฟันทางคดีต่อก็จะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายนัวเนียทุกฝ่าย กลุ่มหลังนี้มีจำนวนมาก หลายรายตัวธุรกิจยังไม่สมควรตาย ถ้ามีใครลุกขึ้นมาตั้งโต๊ะช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย ช่วยเกี้ยเซี้ยให้ยอมกัน ซึ่งต้องเป็นคนที่มีบารมี มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลฝั่งเจ้าหนี้ได้ พูดง่ายๆ ว่าเจ้าหนี้เกรงใจ เชื่อเหลือเกินว่าเอสเอ็มอีไทยจะรอดตายได้มหาศาล
ครั้งนี้ขอได้โปรดหาทางดูแลให้โอกาสรายเล็กที่พลาดท่าเป็นเอ็นพีแอลด้วยเถอะครับ ไม่มีใครอยากถูกฟ้อง ไม่มีใครอยากติดประวัติ ถ้าธุรกิจยังมีลมหายใจอยู่ ขอเจ้าหนี้อย่าชักร่มกลับ..ยอมถอยสักครึ่งก้าว หรือถ้าจะให้สะเด็ดน้ำก็ใช้วิธีตัดหนี้แล้วรีไฟแนนซ์แจ้งเกิดใหม่ไปอยู่แบงก์รัฐสักแห่ง ออกกฎวางเกณฑ์ให้ชัดรัฐช่วยดูแลเจ้าหนี้ใหม่ไม่ให้เขามีปัญหา หรืออีกวิธีที่ไม่เคยทำคือการซื้อขาดตัดหนี้ออกจากสถาบันการเงิน ใช้กองทุนพิเศษซื้อหนี้จากแบงก์ที่ถูกกำกับด้วยกฎเหล็กจนขยับตัวทำอะไรไม่ได้ กำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนและบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส เมื่อเอสเอ็มอีฟื้นธุรกิจได้ใหม่ค่อยให้ออกจากห้องไอซียูกลับสู่ระบบแบงก์อีกรอบ







