
ฟอร์ดเผยวิสัยทัศน์ ‘เมืองแห่งอนาคต’
ฟอร์ดเผยวิสัยทัศน์สำหรับ “เมืองแห่งอนาคต (City of Tomorrow)” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และช่วยให้เมืองต่างๆ เอาชนะความท้าทายในการสัญจร และเพื่อให้ผู้คนสามารถเดินทางได้สะดวกสบายขึ้นทั้งในวันนี้และในวันข้างหน้า ในงานแสดงรถยนต์นานาชาติแห่งอเมริกาเหนือ
ฟอร์ดเผยวิสัยทัศน์สำหรับ “เมืองแห่งอนาคต (City of Tomorrow)” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และช่วยให้เมืองต่างๆ เอาชนะความท้าทายในการสัญจร และเพื่อให้ผู้คนสามารถเดินทางได้สะดวกสบายขึ้นทั้งในวันนี้และในวันข้างหน้า ในงานแสดงรถยนต์นานาชาติแห่งอเมริกาเหนือ
มาร์ค ฟีลด์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าวว่า ปีนี้แผนการขยายการดำเนินธุรกิจของฟอร์ดเพื่อเป็นบริษัทยานยนต์และการสัญจรได้ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นที่จะเปิดตัวรถยนต์และเทคโนโลยีใหม่มากขึ้นเพื่อช่วยพัฒนาชีวิตของผู้คนหลายล้านคนในอนาคตอันใกล้
ในอีก 5 ปีนับจากนี้ ฟอร์ดคาดว่า รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจะเริ่มใช้งานในเมืองต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งจะรวมถึงรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติคันแรกของฟอร์ดที่จะเปิดตัวในปี 2564 ด้วย โดยบริษัทคาดว่ารถยนต์ไฟฟ้า จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถผลิตรถยนต์ได้จำนวนมากกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันในระยะเวลาอีก 15 ปีนับจากนี้ การเดินทางร่วมกันจะได้รับความนิยม มากขึ้น เช่น การใช้รถร่วมกันผ่านแอพพลิเคชั่น Chariot ของฟอร์ด ที่กำลังจะขยายตัวครอบคลุมทั่วโลก
สำหรับแผนอนาคตระยะยาว ฟอร์ดมองเห็นภาพเมืองแห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้พลังงานไฟฟ้า การ ขนส่งมวลชนจะพัฒนาขึ้นในเมืองใหญ่ต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบขนส่งความเร็วสูง โดยนวัตกรรมอื่นๆ รวมถึงโดรนจะมีบทบาทมากขึ้น ระบบขนส่งที่ล้ำหน้า ที่จะผสานข้อมูลจากทุกแง่มุมของระบบนิเวศ การสัญจรได้อย่างครอบคลุมและราบรื่นยิ่งขึ้น โดยระบบนิเวศนี้ รวมไปถึงรถยนต์ จักรยาน โดรน และระบบขนส่งมวลชน สัญญาณไฟจราจร มิเตอร์ที่จอดรถ และโครงสร้างพื้นฐานในการชาร์จไฟของรถยนต์ไฟฟ้า







