
ธนาคารอิตาลี จบแบบไม่เจ็บ?
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
ผลประชามติของอิตาลีเมื่อเดือน ธ.ค. 2016 ที่ผ่านมา และการประกาศลาออกของนายกรัฐมนตรี มัตเตโอ เรนซี แห่งอิตาลี ทำให้ตลาดประเมินว่า ขั้วอำนาจทางการเมืองจะพลิกกลับไปสู่พรรคไฟฟ์ สตาร์ มูฟเมนต์ (พรรคฝ่ายค้าน) ที่ชูประเด็นเรื่องการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในปี 2017 ผลประชามติครั้งนี้กลับไม่ได้สร้างความผันผวนให้แก่ตลาดในเชิงลบเหมือนกรณีเบร็กซิตแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของอิตาลีที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นมาก หักล้างความกังวลเกี่ยวกับประเด็นการเพิ่มทุนครั้งใหญ่เพื่อหลีกเลี่ยงการล้มละลายของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในอิตาลี หุ้นธนาคารอิตาลีปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 27% แข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นอิตาลีที่ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 12% และสูงกว่าหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในยูโรโซนที่ปรับเพิ่มขึ้น 11% ในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน หลังประชามติ
การแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป จะช่วยให้อิตาลีปลดล็อกข้อจำกัดสำคัญในการแก้ปัญหาระบบธนาคารพาณิชย์ ทำให้รัฐบาลสามารถเข้ามาอุ้มธนาคารพาณิชย์ได้ โดยไม่ต้องรอให้ผู้ถือหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นต้องได้รับผลของความเสียหายไปก่อน (Bail Out โดยรัฐ โดยไม่ต้อง Bail In โดยผู้ถือหุ้นและหุ้นกู้)
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2559 ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป หรือ ECJ ได้เคยประกาศคำตัดสินคดีการแก้ปัญหาธนาคารในสโลวีเนีย ซึ่งเป็นการฟ้องร้องโดยผู้ถือหุ้นและผู้ถือหุ้นกู้ของธนาคารพาณิชย์ 5 แห่ง โดย ECJ ระบุว่า แม้การบังคับใช้มาตรการ Bail In ชอบด้วยกฎหมายของสหภาพยุโรป แต่ประเทศสมาชิกไม่มีข้อผูกมัดให้ต้องบังคับใช้มาตรการ Bail In ก่อนการให้ความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลแก่สถาบันการเงินที่มีปัญหาในทุกกรณีทำให้ยังไม่มีความชัดเจนว่า รัฐบาลอิตาลีจะต้องดำเนินการบังคับใช้มาตรการ Bail In อย่างไร ทำให้ตลาดคลายความกังวลลงได้
อย่างไรก็ดี การปรับเพิ่มขึ้นของหุ้นธนาคารอิตาลีในครั้งนี้ นักวิเคราะห์แนะนำว่า เป็นจังหวะในการขายทำกำไร หรือลดการถือครองลง เพราะมองว่าความเสี่ยงยังคงมีอยู่อีกมาก ตั้งแต่เรื่องแผน Bail Out ของรัฐบาลอิตาลี (หากสามารถทำได้ก่อน Bail In) จะออกมาเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขอย่างไร ทำได้จริงหรือไม่ ผู้ถือหุ้นและหุ้นกู้ยังคงจะต้องแบกรับความเสียหายบางส่วนด้วยหรือไม่ และธนาคารพาณิชย์ที่ประสบปัญหาจะต้องมีแผนการเพิ่มทุนต่ออย่างไร และหากมีการตัดสินใจออกจากสหภาพยุโรปจริง เงื่อนไขการออกและสัมพันธภาพของอิตาลีและสหภาพยุโรปหลังจากนั้น ก็จะยังคงเป็นปริศนาและยากต่อการประเมินผลลัพธ์ในท้ายที่สุด







