
‘ไทย’ สปริง บอร์ด อาเซียน ฮับการเดินทางเข้า-ออก
ในปี 2560 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมปักธงภาพความร่วมมือระหว่างชาติสมาชิกกลุ่มอาเซียนอีก 9 ชาติ
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
ในปี 2560 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมปักธงภาพความร่วมมือระหว่างชาติสมาชิกกลุ่มอาเซียนอีก 9 ชาติ ด้านการท่องเที่ยวให้มีความชัดเจน เจาะลึกรายตลาดในแต่ละประเทศมากขึ้น พร้อมปรับภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็น สปริง บอร์ด อาเซียน ฮับการเดินทางเข้า-ออก โดยแวะเดินทางมาที่ประเทศไทยก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศสมาชิกอื่น
ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. เล่าว่า ททท.เตรียมจัดงานเทรดโชว์ใหญ่ ภายใต้ชื่อ เอ็กซพีเรียน ไทยแลนด์ แอนด์ มอร์ ในวันที่ 28 มี.ค.นี้ ที่กรุงเทพฯ โดยรวบรวมผู้ประกอบการบริษัททัวร์ขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็ก ที่จำหน่ายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเฉพาะเส้นทางตลาดอาเซียน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านตลาด พร้อมเจรจาธุรกิจร่วมกัน ให้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างเส้นทางบก ทางน้ำ และทางอากาศในเส้นทางใดบ้าง
พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็น สปริง บอร์ด อาเซียน โดยนำจุดแข็งทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งประเทศไทยเป็นเหมือนไข่แดงการเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นๆ ต้องผ่านประเทศไทย ล่าสุดร่วมมือกับกลุ่มประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม(ซีแอลเอ็มวี) จัดทำเส้นทางการบินที่มีศักยภาพความต้องการร่วมกัน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับสายการบินปกติ และสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ต่างๆ เพื่อขยายเส้นทางการบิน รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวในอนาคต
สำหรับเส้นทางการบินที่มีความพร้อมในครั้งนี้ ได้เสนอเส้นทางการบินในกลุ่มซีแอลเอ็มวีและอินเดีย ทั้งเมืองหลักและเมืองรองแหล่งท่องเที่ยวในไทย ซึ่งปัจจุบันเห็นได้ว่าสายการบินต่างๆ ได้บินตรงเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว เช่น จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย กระบี่ พังงา อู่ตะเภา โดยไม่ผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือท่าอากาศยานดอนเมือง เพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยกระจายตัวนักท่องเที่ยวไม่กระจุกเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวใดแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งเท่านั้น
ด้านเส้นทางทางบน เช่น ภาคตะวันออก เส้นทาง จ.ตราด-เกาะกง-สีหนุวิลล์ ภาคเหนือ บ่อเต็น-หนองหาร-ห้วยทราย-เชียงของ-เชียงราย-เชียงใหม่, สุโขทัย-ตาก-แม่สอด-เมียวดี-พะอัน-ย่างกุ้ง, ภาคใต้ เบตง-ปีนัง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บุรีรัมย์-อุดรธานี-ปากเซ-จำปาสัก-สตึงแตรง เป็นต้น
ททท.มองว่าอาเซียนเป็นตลาดที่มีศักยภาพ สามารถเป็นตลาดสำรองและเป็นตลาดหลักของการท่องเที่ยวประเทศไทยได้ ช่วยลดการพึ่งพิงเฉพาะตลาดจีน วัดได้จากการเดินทางมาของนักท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวอาเซียนมาไทย จำนวน 8.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.2% สร้างรายได้ 2.54 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% ขณะที่เป้าหมายการเติบโตในปีนี้ ด้านจำนวนและรายได้เฉลี่ยที่ 8-10%
สำหรับตลาดดาวรุ่งในปีนี้ เมียนมาเป็นตลาดที่เริ่มมีกำลังซื้อสูง และรัฐบาลได้ส่งเสริมให้คนเมียนมาเดินทางท่องเที่ยวออกต่างประเทศ โดย ททท.เตรียมเจาะกลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ที่เดินทางมาศึกษาต่อในไทย โดยนักท่องเที่ยวเมียนมานิยมเดินทางมาช็อปปิ้งสินค้าและบริการของไทย ขณะที่เวียดนามเป็นอีกประเทศที่เป็นดาวรุ่งสำหรับไทยในปีนี้ จากปีก่อนคนเวียดนามมาไทย 8.2 แสนคน เพิ่มขึ้น 10% สร้างรายได้ 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ซึ่ง ททท.ตั้งเป้ากระตุ้นให้คนเวียดนามเป็นตลาดที่เดินทางมาไทยเกิน 1 ล้านคน ในอีก 2 ปีข้างหน้า
ด้าน ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่าง ททท.และบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ระหว่างวันที่ 12 ม.ค. 2560-11 ม.ค. 2563 เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน มีเป้าหมายเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยการขนส่งทางอากาศมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยการทำงานจะเตรียมโรดโชว์และเทรดโชว์ร่วมกันในงานท่องเที่ยว
ในปีนี้ ททท.คาดจะมีนักท่องเที่ยว 34.39 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.51% ปี 2561 นักท่องเที่ยว 37.6 ล้านคน ปี 2562 นักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 39.8 ล้านคน หรือใกล้ 40 ล้านคน ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้การท่องเที่ยวเติบโตไม่น้อยกว่า 6% เมื่อเทียบจากปี 2559 มาไทย 32.6 ล้านคน







