posttoday
การค้าไทย และชายแดนปี’60

การค้าไทย และชายแดนปี’60

13 มกราคม 2560

ในทุกๆ ต้นปีของทุกปี ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะคาดการณ์ทิศทางการค้าของไทย โดยปีนี้ใช้ชื่อว่า “การวิเคราะห์ทิศทางการส่งออกของไทยปี 2560” ปีนี้การส่งออกของไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น คาดจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็นบวกในปีที่ 2 หรือสูงสุดในรอบ 5 ปี หลังจากที่ปี 2559 มีอัตราการขยายตัวการส่งออกอยู่ที่ 0.5% เท่านั้น

ในทุกๆ ต้นปีของทุกปี ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะคาดการณ์ทิศทางการค้าของไทย โดยปีนี้ใช้ชื่อว่า “การวิเคราะห์ทิศทางการส่งออกของไทยปี 2560” ปีนี้การส่งออกของไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น คาดจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็นบวกในปีที่ 2 หรือสูงสุดในรอบ 5 ปี หลังจากที่ปี 2559 มีอัตราการขยายตัวการส่งออกอยู่ที่ 0.5% เท่านั้น

แต่ในปี 2560 อัตราการขยายตัวการส่งออกไทยอยู่ระหว่าง1.3-4.2% มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.8% มูลค่าส่งออกไทยเพิ่มขึ้นจาก 215,509 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2559 เป็น 221,583 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2560 โดยสัดส่วนการส่งออกของไทยในตลาดทั่วโลกมีทั้งที่เพิ่มขึ้นและลดลง ตลาดที่น่าจะมีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นคือ สหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แอฟริกา และอาเซียน ส่วนตลาดที่เหลือนั้นมีสัดส่วนลดลงทั้งจีน อินเดีย และยุโรป เหตุผลที่สำคัญที่ทำให้การส่งออกของไทยปรับตัวดีขึ้นเป็นปีที่ 2 มีทั้งปัจจัยบวกและลบ

ปัจจัยบวก ได้แก่ “เศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา” “ทิศทางค่าเงินบาท” เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐจะมีทิศทางอ่อนค่าอยู่ระหว่าง 35-47 บาท/เหรียญสหรัฐ มีส่วนทำให้การส่งออกดีขึ้น และหากเทียบค่าเงินสกุลอาเซียนกับดอลลาร์ในช่วงปี 2559 ที่ผ่านมานั้น เงินเปโซของฟิลิปปินส์อ่อนมากเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ตามด้วยค่าเงินด่องของเวียดนาม รวมทั้งเรียล (กัมพูชา) และกีบของ สปป.ลาว ในปี 2560 คาดว่าเงินบาทจะเป็นสกุลของอาเซียนที่อ่อนค่ามากที่สุด ปัจจัยด้าน “ราคาน้ำมัน” เป็นปัจจัยทั้งบวกและลบ

ตลอดทั้งปีต้องจับตามองนโยบายการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกและสหรัฐอีกครั้ง ว่าจะมีการปรับลดการผลิตน้ำมันหรือไม่ ส่วนราคาสินค้าเกษตรหลักน่าจะเป็นปัจจัยบวกเพราะมีการปรับตัวดีขึ้นกว่าปี 2559 อย่างไรก็ตาม “การชะลอตัวเศรษฐกิจของประเทศจีน” โดยเศรษฐกิจยังมีปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่จีดีพียังต่ำกว่า 10 จะมีผลต่อการส่งออกของไทยไปยังประเทศจีนลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา โดยคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวอยู่ที่ 6.2% จากที่ปีที่แล้วขยายตัว 6.6%

และปัจจัยที่คิดว่าน่าจะต้องจับตามองในปีนี้ คือ “นโยบายการค้าของทรัมป์” โดยหากวิเคราะห์ในมิติที่นโยบายทางการค้าทรัมป์ที่มีต่อจีนเป็นหลักทั้งด้านภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นจากสหรัฐต่อสินค้าจีนและอัตรา
แลกเปลี่ยนของหยวน/เหรียญสหรัฐที่จะถูกกดดันให้แข็งค่าขึ้น กลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหากสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของจีนเพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ของเล่น รองเท้า เสื้อผ้า และชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งหากสินค้าจีนโดนเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น กลุ่มสินค้าของไทยที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มสินค้าวัตถุดิบที่ส่งไปจีนเพื่อประกอบในการส่งออกไปยังสหรัฐ

ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง สำหรับ “การค้าชายแดนในปี 2560” คาดว่าจะมีทิศทางที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าปี 2559 มูลค่าการค้าชายแดนรวม (ส่งออกบวกนำเข้า) ในปี 2560 มีโอกาสขยับขึ้นไปอยู่ที่ 1.4-1.5 ล้านล้านบาท คิดจาก 4 ประเทศที่ชายแดนติดกับไทยรวมกับอีก 3 ประเทศที่ผ่านแดน (สิงคโปร์ เวียดนามและจีนตอนใต้) โดยอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 7% ในปี 2560 โครงสร้างการค้าชายแดนไทยกับ 4 ประเทศ (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และมาเลเซีย) การค้าไทยกับประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา(ซีแอลเอ็ม) มีมากขึ้น

ส่วนมาเลเซียลดลงครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ