posttoday
ชงกพช.เคาะโซลาร์ราชการ

ชงกพช.เคาะโซลาร์ราชการ

12 มกราคม 2560

'อนันตพร'เสนอพิจารณาหลังติดพรบ.ร่วมทุน เล็งโอนให้ชุมชนดำเนินการแทน

'อนันตพร'เสนอพิจารณาหลังติดพรบ.ร่วมทุน เล็งโอนให้ชุมชนดำเนินการแทน

“พล.อ.อนันตพร” โยน กพช. 17 ม.ค.นี้ ชี้ชะตาโซลาร์ราชการ 400 เมกะวัตต์ เล็งโอนชุมชนดำเนินการ

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์  รมว.พลังงาน  เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 17 ม.ค.นี้ จะเสนอให้พิจารณาโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดินหน่วยงานราชการ (โซลาร์ฟาร์มราชการ) จำนวน 400 เมกะวัตต์ ที่ขณะนี้ยังติดเงื่อนไขของ พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐจนทำให้โครงการต้องชะลอออกไป เพื่อให้กำหนดแนวทางที่ชัดเจน โดยอาจจะถ่ายโอนไปให้ระดับชุมชนเป็นผู้ดำเนินการประมาณ 7,800 ตำบลทั่วประเทศก็ได้

สำหรับภาพรวมการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานปี 2560 กระทรวงจะดำเนินการตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อไปสู่การเป็นพลังงาน 4.0  โดยมีเป้าหมายคือการสร้างรายได้ให้ประชาชนและประเทศหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือเรื่องการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียม 2 แห่ง คือแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกชที่ยังไม่ได้ข้อสรุป รวมถึงความคืบหน้าการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีปิโตรเลียม เนื่องจากเป็นการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามดูแลด้านไฟฟ้าให้แก่ภาคประชาชน โดยได้ปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ต่อเนื่อง ซึ่งค่าเอฟทีที่ลดลงของปี 2559 อยู่ที่ 30 สตางค์ (สต.)/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้างวดปัจจุบัน (ม.ค.-เม.ย.) อยู่ที่ 3.38 บาท/หน่วย  ขณะเดียวกันตลอด 2 ปี (ม.ค. 2558-ธ.ค. 2559) ได้ดูแลค่าไฟฟ้าจนทำให้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้คิดเป็น 9.21 หมื่นล้านบาท/ปี และไม่มีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ โดยผลการดำเนินงานนโยบายพลังงานที่มีความมั่นคงทั้งไฟฟ้าและน้ำมันที่ไม่ขาดแคลน จึงให้คะแนนการทำงานในปี 2559 เต็ม 10 คะแนน

พล.อ.อนันตพร กล่าวถึงโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน 5,000 เมกะวัตต์ ของเครือบริษัท กัลฟ์ นั้น ทางกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างรอผลการอุทธรณ์ภายหลังจากได้ยื่นหนังสือต่อศาลปกครอง โดยก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาห้ามกระทรวงพลังงานตรวจสอบ หรือกระทำการด้วยวิธีใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่เครือกัลฟ์ รวมทั้งห้ามนำผลการตรวจสอบการประมูลโครงการดังกล่าวไปใช้หรืออ้างอิง ไม่ว่าจะเป็นการภายในหรือต่อหน่วยงานอื่นที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งกระทรวงพลังงานยืนยันว่าดำเนินการด้วยความตรงไปตรงมา และหลังจากนี้เตรียมหารือกับบริษัท กัลฟ์ พีดี  เรื่องการชะลอหรือการเลื่อนจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเพื่อลดปัญหาสำรองไฟฟ้าสูง

ด้าน นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า จะเสนอที่ประชุม กพช.พิจารณาแนวทางความชัดเจนของการเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่  จะเดินหน้าหรือไม่อย่างไร ส่วนกรณีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (ไอพีพี) ของ กัลฟ์ฯ ตามแผนจะต้องสร้างสายส่งมูลค่า 7,250 ล้านบาท เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้า  โดย กฟผ.มีเวลา 1 ปีที่จะรอคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐ เพราะหากไม่สรุปชัดเจน จะทำให้เกิดความล่าช้าเนื่องจากต้องมีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อวางระบบส่งป้อนให้ ซึ่งหากดำเนินงานไม่เป็นไปตามสัญญาก็จะโดนปรับ

“ต้องรอนโยบายรัฐในส่วนของโรงไฟฟ้าไอพีพีของกัลฟ์ว่าจะชะลอหรือไม่อย่างไร เพราะเมื่อสัญญายังอยู่เราก็ต้ องเดินตามสัญญา โดยปีนี้ กฟผ.ต้องสำรวจพื้นที่เพื่อวางระบบส่ง ซึ่งจะมีการลงทุนแค่ 2 แสนกว่าบาท แต่ปี 2561 จะเริ่มจัดจ้าง ซึ่งก็กังวลว่าถ้าเดินหน้าไปแล้วรัฐมาตัดสินใจยกเลิก หรือชะลอก็อาจมีปัญหาเหมือนโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพมหานคร หรือโฮปเวลล์” นายกรศิษฏ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ