
6เทคนิคนำไปสู่ความก้าวหน้าในงาน
โดย...ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์
โดย...ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์
ผมมีความเชื่อมั่นเสมอมา ไม่ว่าเราจะเป็นฟันเฟืองส่วนใดในองค์กรหนึ่งๆ เราก็มีโอกาสที่จะเจริญเติบโตก้าวหน้าได้อย่างมั่นคง ผมเองมีประสบการณ์ที่ได้เติบโตขึ้นมาจากจุดเริ่มต้นในตำแหน่งพนักงานทั่วไป และได้สัมผัสชีวิตการทำงานมาแทบทุกลำดับ และมีความก้าวหน้าในการทำงานมาโดยตลอด
เมื่อปี 2536 ผมได้ก่อตั้งบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จนมาถึงปัจจุบันนี้ พฤกษาฯ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มั่นคงมีรายได้สูงสุดในอันดับต้นๆ ของประเทศ
สิ่งหนึ่งที่นำพฤกษาฯ ไปสู่ความสำเร็จ เนื่องจากผมคิดว่าการพัฒนาคุณภาพบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญ หากบุคลากรในองค์กรมีคุณภาพก็เปรียบดั่งประชากรในประเทศมีคุณภาพ ผมฝันที่จะเห็นประเทศของเรามีความเจริญก้าวหน้า จึงอยากถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานที่มีประโยชน์ไว้สำหรับผู้สนใจและผู้ใฝ่หาความก้าวหน้า
ความสามารถ หรือทักษะ (Skill) ในการทำงาน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริหารในระดับผู้จัดการ (Manager) หรือผู้อำนวยการ (VP) แต่สำหรับตำแหน่งที่สูงขึ้นไปถึงระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ (EVP) และกรรมการผู้จัดการ (MD) สิ่งที่สำคัญกลับไม่ใช่ Skill เพราะความสามารถเหล่านี้ พิสูจน์ตั้งแต่ตอนเป็น VP มาแล้ว แล้วอะไรล่ะเป็นสิ่งที่
ผู้บริหารระดับสูงต้องมีมากกว่า
สิ่งนั้นก็คือ พลังใจ หรือแรงบันดาลใจ ที่อยากผลักดันทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง อยากผลักดันหน่วยงานและองค์กรให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นเป็นผู้ที่ไม่หยุดนิ่ง หรือไม่ได้พอใจแค่ผลงานความสำเร็จที่ทำได้ในปัจจุบันเท่านั้น โดยคนที่จะคิดอย่างนี้ได้ ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดถึงแต่ตัวเอง เพราะถ้าคิดแค่นั้นจะทำไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก คนที่จะทำได้ดี ต้องมีใจที่จะคิดถึงคนอื่นด้วย อยากช่วยเหลือคนอื่น อยากให้คนอื่นมีชีวิตดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ลูกน้อง คนในครอบครัวตัวเอง ตลอดจนสังคม การที่เราคิดถึงแต่ตัวเอง เราจะมีพลังไม่พอที่จะผลักดันไปให้ถึงจุดที่สูงสุดได้ เพราะเราก็จะคิดว่าเราทำแค่นี้พอแล้ว ก็อยู่ได้แล้ว สบายแล้ว ไม่ต้องดิ้นรนแล้ว
ตัวอย่างของการขยายกิจการพฤกษาฯ ที่ผ่านมาในแต่ละช่วง ผมต้องคิดถึงลูกค้า ลูกน้อง คู่ค้า และสังคม ต้องการขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น เพื่อที่เราจะได้มีความสามารถในการจ้างงานลูกน้องต่อไปได้ หรือการสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนเป็นร้อยปีก็เพื่อลูกหลาน ครอบครัวของพนักงานจะได้มีความมั่นคง รวมถึงลูกค้าจะได้รับบริการที่ดีอย่างต่อเนื่อง
นอกจากจะคิดเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นแล้ว ยังต้องรู้จักคิดต่อยอดเพื่อแก้ปัญหา แม้ว่าเรื่องบางเรื่องในตอนแรกเราอาจจะยังคิดไม่ออก หรือสิ่งที่ลองทำอย่างแรกไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็ยังต้องขยันหมั่นลอง หมั่นหาวิธีใหม่ไปเรื่อยๆ เพราะโดยปกติคนเรามักจะมีสองความคิดอยู่ในหัวอยู่แล้ว โดยจะมีความคิดหนึ่งฉุดรั้งเราไปในทางที่แย่ลงเสมอ
อย่างเช่น เวลาเราออกกำลังกายผ่านไปสัก 10 นาที ก็จะมีเสียงหนึ่งบอกมาว่า พอเถอะๆ เหนื่อยแล้ว พักหน่อยเสียงพวกนี้จะทำให้เราเขวไปจากเป้าหมายเสมอ สิ่งที่จะช่วยจัดการกับเสียงนี้ได้ก็คือ วินัยในการปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบและสมาธิ มีใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ รู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ และวินัย-การควบคุมตัวเองให้ปฏิบัติอยู่ในทางที่ควร
นอกจากนั้น เชื่อไหมครับ คนยิ่งให้ก็ยิ่งได้รับ หลายคนไม่เข้าใจเรื่องนี้ และฟังดูไม่เข้ากับโลกธุรกิจ แต่โลกนี้มันเป็นแบบนี้จริงๆ ตอนเราให้ไปเราก็ไม่ได้คิดอะไร เช่น การที่เราช่วยเหลือหรือให้คำปรึกษาแก่ผู้คน เราก็จะได้มิตรภาพดีๆ จากคนเหล่านั้นกลับมา ถึงเวลาเราต้องการความช่วยเหลือ เขาก็จะมาช่วยเรา หรือแม้กระทั่งการทำธุรกิจ การที่เราคิดจะให้ลูกค้าได้รับสิ่งดีๆ บริการที่ดีแก่ลูกค้า ลูกค้าประทับใจ ลูกค้าก็จะกลับมาซื้อของเรา บอกต่อ จึงกลายเป็นเราที่เป็นฝ่ายได้รับ
จริงๆ แล้วคนเราแค่มีศีล หรือมีจิตใจที่ดี อยากช่วยเหลือผู้คนก็จะประสบความสำเร็จได้แล้ว ยกตัวอย่างง่ายๆ คนบางส่วน ชอบคิดเอาเปรียบผู้อื่น อยากทำงานง่ายๆ สบายๆ แต่ขอเงินเดือนสูงๆ หรือคิดว่าได้เงินมาเท่านี้น้อยไปงั้นไม่ทำงานแล้วกันถือเป็นการเอาเปรียบผู้อื่น คิดแบบนี้ก็จะไม่ก้าวหน้า เพราะคนกลุ่มนี้จะขาดแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเอง ไม่ต้องการทำงานที่ยากหรือท้าทาย ทำให้ปิดโอกาสความก้าวหน้าในชีวิตของตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย
เทคนิค 6 ข้อ คือ “พลังใจ-คิดเพื่อคนอื่น-คิดต่อยอด-มีวินัย-เป็นผู้ให้-ใจรักอยากช่วยเหลือผู้คน” เป็น Key Success Factor ในการทำงานที่ผมยึดถือมาตลอดครับ







