
แบงก์รับมือต้นทุนเงินขยับ
ธนาคารรับมือต้นทุนการเงินขึ้น ปรับเงื่อนไขรับเงินฝากดอกเบี้ยคงที่ใหม่ ให้สอดรับรายได้จากสินเชื่อ
ธนาคารรับมือต้นทุนการเงินขึ้น ปรับเงื่อนไขรับเงินฝากดอกเบี้ยคงที่ใหม่ ให้สอดรับรายได้จากสินเชื่อ
นายอนุวัติร์ เหลืองทวีกุล รองกรรมการผู้จัดการ สายการเงิน ธนาคารธนชาต เปิดเผยว่า ทิศทางดอกเบี้ยอยู่ในภาวะขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยธนาคารคาดว่าปีนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จึงจำเป็นต้องวางแผนบริหารจัดการต้นทุนการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร เพราะสินเชื่อส่วนใหญ่ของธนชาตเป็นสินเชื่อรถยนต์ที่มีดอกเบี้ยคงที่
ทั้งนี้ ธนาคารจะขยายระยะเวลาเงินฝากประจำ หรือเงินฝากพิเศษดอกเบี้ยคงที่ให้นานขึ้น ที่ผ่านมาเงินฝากประจำดอกเบี้ยคงที่จะมีระยะเวลานานเฉลี่ยประมาณ 12-18 เดือน ขณะนี้ได้ปรับใหม่ให้ระยะยาวขึ้นเป็นเฉลี่ย 20-24 เดือน สอดคล้องกับสินเชื่อรถยนต์ในปัจจุบันที่ค่าเฉลี่ยพอร์ตมีระยะเวลาให้กู้ 3 ปี
“สินเชื่อรถยนต์ธนชาตส่วนใหญ่ลูกค้ากู้ในระยะเวลาเฉลี่ย 60 เดือน หรือ 5 ปี ขณะนี้ผ่านไประยะหนึ่งแล้ว ค่าเฉลี่ยพอร์ตประมาณ 36 เดือน เหมาะสมพอดีกับต้นทุนเงินฝากคงที่ 24 เดือน เป็นการบริหารสภาพคล่องและควบคุมต้นทุนการเงินในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นได้” นายอนุวัติร์ กล่าว
นายอนุวัติร์ กล่าวว่า ภาพรวมดอกเบี้ยเงินฝากจะสูงขึ้น มาจากทั้งปัจจัยดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตร และสภาพคล่องที่ตึงตัว ทำให้เริ่มเห็นการแข่งขันการระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์อีกครั้ง โดยธนชาตมีสัดส่วนเงินฝากดอกเบี้ยคงที่ค่อนข้างมาก ซึ่งระหว่างที่เงินฝากยังไม่ครบกำหนด อาจจะทำให้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (สเปรด) แคบลงไปบ้าง
ด้าน นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า แนวทางการบริหารต้นทุนการเงินในระยะสั้นที่มีแนวโน้มดอกเบี้ยสูงขึ้น ธนาคารจะมีการขยับระยะเวลารับฝากเงินให้ยาวขึ้น โดยปัจจุบันเงินฝากจะมีระยะเวลาเฉลี่ย 3-5 เดือน อาจขยับขึ้น แต่คงไม่เกิน 12 เดือน พร้อมทั้งปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ฝากเงิน
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าช่วงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ธนาคารมีความยากในการบริหารต้นทุน เนื่องจากการแข่งขันระดมเงินฝากทำให้ต้องเสนออัตราดอกเบี้ยเพิ่ม ในภาวะที่ต้องการคุมต้นทุนให้ต่ำ โดยทิศทางปีนี้ธนาคารอยู่ระหว่างติดตามการปล่อยสินเชื่อว่าจะมีอัตราเติบโตเพียงใด ก่อนที่จะวางแผนเงินฝากให้สอดคล้องกัน







