
พรปีใหม่ D.I.Y.
โดย...ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล
โดย...ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล
ในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2560 ท่ามกลางการพัฒนาประเทศภายใต้โมเดลไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เป็นประเทศรายได้สูง ประชาชนชาวไทยก็หันมาใช้นวัตกรรมในการส่งคำอวยพรปีใหม่ในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้นผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์บนโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม วอตส์แอพ และทวิตเตอร์ ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พบว่ายอดการใช้บริการรับส่งข้อมูลจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3จี และ 4จี เพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว และ 4-6 เท่าตัว ตามลำดับ เมื่อเทียบการใช้งานในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน
ทั้งนี้ จากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,086 คน ระหว่างวันที่ 25-31 ธ.ค. 2559 โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต พบว่า 5 อันดับแรกของความคาดหวังของคนไทยในปี 2560 ได้แก่ ชีวิตส่วนตัวและชีวิตครอบครัวมีความสุข เศรษฐกิจดีขึ้น บ้านเมืองสงบสุข ความเป็นอยู่ดีขึ้น และการเรียนการทำงานดีขึ้น
จากข่าวดังกล่าวจะเห็นได้ว่าถึงแม้โลกใบนี้จะพัฒนาไปสู่ยุคดิจิทัล แต่มนุษย์เราก็ยังมีความต้องการพื้นฐานในระบบอะนาล็อกเหมือนเดิม นั่นก็คือ เราขอแค่มีชีวิตที่รวยเงินรวยสุขอยู่เหมือนเดิมแค่นั้นเอง
อย่างไรก็ตาม บางคนอาจยังคงเชื่อในโชคลางแบบเดิมๆ ว่าปีนี้ดวงดาว เทพเจ้า บรรพบุรุษ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ จะดลบันดาลให้ทุกสิ่งที่ปรารถนากลายเป็นจริงขึ้นมาได้
แต่จะดีกว่าไหมครับ ถ้าพรปีใหม่ที่ทุกคนคาดหวังสามารถกลายเป็นความจริงขึ้นมาได้ด้วยสองมือของเราเอง อย่างที่หลายๆ คนมักจะพูดกันว่า พรใดที่ใครอำนวยอวยมาให้ก็ไม่ประเสริฐเท่าพรที่เราตั้งใจมั่นทำให้สำเร็จได้ด้วยตัวของเราเอง Wealth Corner ในตอนแรกของปีนี้ เลยอยากจะมาชวนผู้อ่านทุกท่านมาลงมือสร้างพรปีใหม่ด้วยแนวทางง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ด้วยตัวเองกันครับ แนวทางดังกล่าวนี้ผมเรียกว่า วงจรแห่งความมั่งคั่ง เพราะทันทีที่คุณสร้างผังวงจรดังกล่าวได้ครบถ้วนแล้ว ความมั่งคั่งก็จะถูกสร้างขึ้นมาอย่างมั่นคงและดำเนินไปอย่างอัตโนมัติ
วงจรแห่งความมั่งคั่งต้องจุดประกายเริ่มต้นด้วยการสร้างความมั่งคั่งผ่านการทำงานเสมอ อยากรวยมากและรวยต่อเนื่องในระยะยาวก็ต้องเริ่มต้นจากการทำงานหนัก อย่างไรก็ตาม บางคนอาจบอกว่าทำงานหนักแล้วยังไม่เห็นรวยเลย นั่นอาจเป็นเพราะว่าจริงๆ แล้วเราอาจยังทำงานหนักไม่พอ เปรียบเหมือนกับการที่เราปอกเปลือกมะพร้าว ปอกไปได้เพียงผิวเผิน เราก็เลยเลิกปอก ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วเราก็คงไม่ได้ลิ้มรสของเนื้อมะพร้าวและน้ำมะพร้าวที่หอมหวานชื่นใจ แต่ขณะเดียวกันเราก็ต้องรู้จักเลือกมะพร้าวที่มีเนื้อในที่อ่อน และเป็นมะพร้าวที่มีน้ำหอมหวานด้วยเช่นกัน ปีใหม่นี้ผมเลยอยากให้เราทุกคนหันมาสำรวจว่างานที่เราทำอยู่นั้นเป็นงานที่เรารักและถนัดหรือไม่ ถ้าใครพบว่างานที่รับผิดชอบไม่ใช่งานที่รักและถนัด ก็ควรจะสำรวจความถนัดและความชอบของตัวเองให้เจอ เพราะการทำงานเพียงเพื่อให้เสร็จสิ้นไปวันๆ ก็คงไม่สามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับเราได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ถ้ายังไม่พบงานที่รักและถนัด ปีใหม่ลองทำงานที่รับผิดชอบให้กลายเป็นงานที่เราถนัดและกลายเป็นงานที่เรารัก เพราะนี่ก็อาจเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่จะนำพาเราไปสู่วงจรแห่งความมั่งคั่งได้อีกเช่นกัน
หลังจากผ่านด่านแรกในการสร้างความมั่งคั่ง วงจรแห่งความมั่งคั่งจะทำงานไปได้อย่างไม่สะดุดก็ต่อเมื่อเรารู้จักรักษาความมั่งคั่งของวงจรดังกล่าวไม่ให้สูญเสียไปโดยไม่จำเป็น การสูญเสียความมั่งคั่งอาจเกิดขึ้นได้จากความประมาทของเราหรือบุคคลอื่น อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ หรือโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ การรักษาความมั่งคั่งก็ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่รู้จักสร้างยันต์กันภัยผ่านการวางแผนการประกันนั่นเอง
ด่านที่สามที่จะทำให้วงจรแห่งความมั่งคั่งสามารถหมุนวงล้อได้เร็วขึ้น ทำให้เราสามารถต่อยอดความมั่งคั่งได้มากขึ้น นั่นก็คือการนำเงินไปทำงานในตลาดทางการเงินผ่านการวางแผนการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการเป็นเจ้าหนี้ด้วยการลงทุนซื้อตราสารหนี้ของภาครัฐที่เรียกว่าพันธบัตร หรือตราสารหนี้ของภาคเอกชนที่เรียกว่าหุ้นกู้ หรือการร่วมเป็นเจ้าของด้วยการลงทุนในหุ้นสามัญที่มักเรียกสั้นๆ ว่า หุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ
วงจรแห่งความมั่งคั่งนี้เมื่อจุดติดขึ้นมาแล้วก็จะสามารถทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าเราจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกนี้หรือไม่ เพียงแค่เรารู้จักสร้างผังวงจรในการถ่ายโอนความมั่งคั่งไปยังทายาทผ่านการวางแผนภาษีและมรดก
ลองติดตาม Wealth Corner ไปตลอดทั้งปีนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าพรปีใหม่ที่เคยหวังหรือเคยมีใครอวยพรให้มานานแต่ยังไม่เป็นจริงสักที จริงๆ แล้วอยู่ที่ตัวของเราเองต่างหากที่ทำให้มันกลายเป็นความจริงขึ้นมาด้วยสองมือของเราเอง







