
มั่งคั่งอย่างมั่นคง
เป็นเรื่องน่าเศร้า ที่รู้ว่า ความมั่งคั่งที่สั่งสมมาอาจจะค่อยๆ ลดน้อยถอยลง เมื่อถูกส่งต่อไปถึงคนรุ่นต่อๆ ไป และอาจจะหมดไปเมื่อถึงมือคนรุ่นที่ 4
เป็นเรื่องน่าเศร้า ที่รู้ว่า ความมั่งคั่งที่สั่งสมมาอาจจะค่อยๆ ลดน้อยถอยลง เมื่อถูกส่งต่อไปถึงคนรุ่นต่อๆ ไป และอาจจะหมดไปเมื่อถึงมือคนรุ่นที่ 4
เพราะแม้ว่า การก่อร่างสร้างความมั่งคั่งอาจจะยากลำบาก แต่การรักษาความมั่งคั่งให้มั่นคงน่าจะยากมากกว่า และแม้แต่มหาเศรษฐีทั่วโลกก็ไม่สามารถรักษาไว้ได้
จากการติดตามข้อมูลยาวนานถึง 20 ปี ของ UBS Financial Services Inc. และ PwC พบว่า ครอบครัวมหาเศรษฐีทั่วโลก ที่มีอยู่ 964 ครอบครัว ในปี 2538 มีจำนวนลดลงเรื่อยๆ เมื่อต้องส่งผ่านความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น และเมื่อตกทอดมาถึงคนรุ่นที่ 4 ในปี 2558 จะเหลืออยู่เพียง 80 ครอบครัวเท่านั้น
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่สามารถทำให้ความมั่งคั่งของครอบครัวมั่นคงต่อเนื่องไปได้
จากงานวิจัยของ เมอร์ริล ลินช์ พบว่า หัวใจสำคัญที่จะรักษาความมั่งคั่งของครอบครัวไว้ได้อย่างต่อเนื่อง คือ “การสื่อสารกันภายในครอบครัว”
“ครอบครัวที่มีความมั่งคั่งมากกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ มีไม่ถึง 40% ที่มีการพูดคุยกับลูกๆ เกี่ยวกับการเงินของพวกเขา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถรักษาความมั่งคั่งไว้ได้อย่างมั่นคง”
นอกจากการพูดคุยแล้ว ยังจำเป็นต้องสร้างนิสัยทางการเงินที่ดีให้กับลูกหลาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายอย่างพอดี ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย และไม่ให้เงินใช้แบบไร้เหตุผล รวมทั้งสนับสนุนให้เรียนรู้เรื่องการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อต่อยอดความมั่งคั่งที่พ่อแม่มีให้
ในขณะเดียวกันก็ต้องปล่อยให้พวกเขาได้เรียนรู้จากความผิดพลาดในวันนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดทางการเงินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
แม้ว่า พวกเขาจะไม่ยินดีที่จะสานต่อธุรกิจของครอบครัว ก็ยังมีอีกหลายวิธีที่จะทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ โดยที่คนในครอบครัวยังได้รับผลตอบแทนจากกิจการได้ต่อเนื่อง
และหลังจากนี้ไม่ว่า ความมั่งคั่งที่สร้างมาจะได้รับการต่อยอดให้เติบโต หรือลดหายไปตามกาลเวลา สิ่งเดียวที่ทำได้ คือ ทำใจ







