posttoday
เราจะใช้โบนัสอย่างไรดี

เราจะใช้โบนัสอย่างไรดี

10 มกราคม 2560

โบนัสประจำปีจากการทำงาน จัดเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเจ้าของกิจการกับลูกจ้าง

โดย...วรวรรณ ธาราภูมิ CEO กองทุนบัวหลวง

โบนัสประจำปีจากการทำงาน จัดเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเจ้าของกิจการกับลูกจ้าง เพราะเมื่อกิจการทำกำไรได้ดี เจ้าของที่ดีก็จะแบ่งส่วนของความสำเร็จไปให้ลูกจ้าง ลูกจ้างเองก็ต่างคาดหวังว่าจะได้โบนัสที่สมน้ำสมเนื้อในการทำงานสำหรับรอบปี 2559 อันแสนจะเหน็ดเหนื่อย และเมื่อกำไรไม่ดี ลูกจ้างก็ต้องเข้าใจ อย่าไปคาดหวังส่วนแบ่งที่เอาเปรียบเจ้าของ และควรจะเต็มใจจะกอดคอกันฝ่าฟันความลำบาก ไม่ใช่ “มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมแช่ง”

เป็นธรรมดาที่ลูกจ้างจะมีแผนการใช้จ่าย มีรายการสิ่งของที่อยากได้ โปรแกรมท่องเที่ยวที่อยากไป สิ่งเหล่านี้ไม่ผิด เพราะโบนัสคือสิ่งตอบแทนความตั้งใจทำงานมาตลอดปี การใช้จ่ายเพื่อสร้างความสุขเล็กๆ น้อยๆ หรือการให้รางวัลตนเองก็ทำไปเถิด แต่ต้องทำแต่พอควร พอดีๆ เพราะส่วนใหญ่ของโบนัสควรใช้ไปกับการทำให้เป้าหมายทางการเงินบรรลุได้เร็วขึ้น

เราสามารถใช้โบนัสให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ โดยลดหนี้ จ่ายคืนหนี้ก้อนที่เล็กที่สุดให้หมดหนี้ไปเลย เพราะจะเป็นแรงกระตุ้นตนเองให้ตั้งเป้าคืนหนี้ก้อนต่อๆ ไปให้เร็วขึ้น ซึ่งเมื่อหนี้ลดลงเราจะมีเงินสดคงเหลือในแต่ละเดือนมากขึ้น ทำให้เหลือเงินไปลงทุนเพื่อทำให้เกิดอิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น และหายใจคล่องขึ้น หรืออาจจะเลือกจ่ายคืนหนี้ก้อนที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดก่อนหนี้ก้อนอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรเสียหาย ซึ่งกรณีนี้ก็น่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล เพราะมีอัตราดอกเบี้ยสูงมากขนาดประมาณ 20% ต่อปีเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากแค่ 0.50-1.5% เท่านั้นเอง

บางคนเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับผลตอบแทนกองทุนหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ที่บางกองทุน บางช่วงให้ผลตอบแทนที่สูงมากๆ แล้วคิดว่าแบบนี้เอาเงินไปซื้อกองทุนหุ้นดีกว่าการจ่ายคืนหนี้ ขอเรียนว่าด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงขนาดนั้น ควรเอาเงินไปคืนหนี้ก่อนจะดีกว่า เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะสั้นๆ เพียงปีสองปี มันไม่แน่ไม่นอนเท่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขนาดนั้น

เพิ่มการลงทุนเพื่อการเกษียณ

เป็นทางเลือกที่ดีมาก เพราะเมื่อจ่ายคืนหนี้ไปแล้ว กระแสเงินสดคงเหลือในแต่ละเดือนก็จะดีขึ้น เพราะได้ลดภาระจากการจ่ายดอกมหาโหดไปแล้ว จึงจะเหลือช่องว่างสำหรับการลงทุนแบบสม่ำเสมอเป็นรายเดือนได้มากขึ้น

แน่ล่ะ ในกรณีนี้ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เพราะนอกจากมีโอกาสได้ผลตอบแทนดีๆ ในระยะยาวที่หวังได้ว่าจะได้ใช้ในยามเกษียณแล้ว ยังได้รับการลดหย่อนภาษีอีกด้วย

สำหรับคนที่ปริมาณเงินสำรองยามฉุกเฉินยังไม่เพียงพอ ซึ่งอย่างน้อยๆ ควรจะมีสัก 4-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เราก็แบ่งโบนัสมาเติมเต็มส่วนนี้ได้ เงินส่วนนี้ไม่มีที่เก็บใดจะดีไปกว่าฝากออมทรัพย์ หรือลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เพื่อบริหารสภาพคล่องอย่าง Money Market เพราะต้องเน้นเรื่องการดูแลเงินต้นให้มีความเสี่ยงต่ำที่สุด ไม่ให้หดหาย และต้องมีสภาพคล่องให้ถอนออกมาได้ทันทีเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน มากกว่าจะไปเน้นเรื่องผลตอบแทนมากๆ ที่มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงเกินกว่าวัตถุประสงค์ของการกันเงินไว้จะรองรับได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ