
อุตสาหกรรม4.0 ยุคไอโอที
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทมากถึง 70% ในทำเนียบ Fortune 1000 ที่หายไป
โดย...แอนโทนี่ บอร์น
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทมากถึง 70% ในทำเนียบ Fortune 1000 ที่หายไป สถิตินี้อาจทำให้เกิดความหวาดวิตก แต่สิ่งที่ควรตระหนักก็คือความสำคัญของการใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงให้เต็มที่แทนความหวาดกลัว ซึ่งประเทศเยอรมนีเป็นประเทศหนึ่งที่เดินหน้าสนับสนุนแนวคิดนี้อย่างเต็มที่ด้วยการสร้างให้อุตสาหกรรม 4.0 เป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของอุตสาหกรรมการผลิต
อุตสาหกรรม 4.0 หรือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เป็นคำศัพท์ที่หมายรวมถึงเทคโนโลยีอันทันสมัยด้านระบบอัตโนมัติ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการผลิต การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติของเทคโนโลยีและการก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ ล้วนเป็นสิ่งที่เอื้อต่อการสร้างอุตสาหกรรม 4.0 อย่างแท้จริง
แนวโน้มหนึ่งที่มองเห็นในขณะนี้ ก็คือผู้คนกำลังหันมาใช้คำศัพท์ อุตสาหกรรม 4.0 อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือ ไอโอที หรือแม้แต่อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ สำหรับอุตสาหกรรม หรือ ไอไอโอที มากยิ่งขึ้น แม้ว่าอุตสาหกรรม 4.0 ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบอัจฉริยะที่รวมส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน และครอบคลุมมากกว่าการเน้นแค่ไอโอที เนื่องจากเป็นการผสานรวมระบบอัตโนมัติที่ทันสมัย การส่งเสริมการผลิต และการพิจารณาทุกสิ่งบนพื้นฐานของความเป็นจริง เป็นต้น
บรรดาผู้ผลิตต้องแน่ใจให้ได้ว่า มีความเข้าใจเกี่ยวกับแนวโน้มนี้อย่างแท้จริง รวมถึงประโยชน์ที่ได้รับจากแนวโน้มนี้ และองค์กรธุรกิจในทุกระดับจะได้รับผลกระทบจากแนวโน้มนี้อย่างไรบ้าง และผู้ที่สามารถเดินตามแนวทางนี้ได้จะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ขณะที่คู่แข่งจะค่อยๆ หายไป
การเลือกที่จะไม่ตอบรับกับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งในกรณีนี้คือ อุตสาหกรรม 4.0 ถือเป็นเรื่องเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัทผู้ผลิตบางแห่งอย่างแน่นอน แนวคิดนี้ควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ที่องค์กรธุรกิจให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่และของเดิมที่สามารถใช้ต่อไปได้ โดยต้องจัดอับดับ 1 ถึง 10 ในเรื่องการก้าวสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง อาทิ การปรับใช้ระบบอัตโนมัติและการวิเคราะห์ข้อมูล
สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือทักษะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนั้น สำหรับแรงงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพราะแม้จะยังไม่จำเป็นที่จะต้องก้าวเข้าสู่ อุตสาหกรรม 4.0 แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรจะต้องมองไปที่เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วย เช่น เทคโนโลยีที่สวมใส่ได้ และพิจารณาว่าเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรได้อย่างไรบ้าง
การใช้นาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch) เพื่อส่งข้อมูลอัพเดทและการแจ้งเตือนล่วงหน้าตามบทบาทของผู้ใช้และข้อกำหนดขององค์กรเป็นสิ่งที่บางองค์กรให้ความสำคัญอยู่ในขณะนี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อปฏิบัติงานภาคสนาม พนักงานจะได้รับการแจ้งเตือน เมื่อสินค้าสำคัญได้รับการจัดส่งแล้ว เมื่อโครงการสำคัญเริ่มดำเนินงานหรือเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือแม้แต่การแจ้งเตือนเมื่อมีการชำระใบแจ้งหนี้
อุตสาหกรรม และไอโอที เป็นแนวโน้มที่ดีมากสำหรับการนำวิธีการใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการผลิต แต่อย่าเพิ่งวิ่งหากยังเดินไม่ได้ ทั้งนี้เป็นเรื่องง่ายมากที่จะหลงเชื่อคำชักชวนเกี่ยวกับไอโอทีจนต้องเสียเงินไปกับระบบเซ็นเซอร์ที่ไม่ได้มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังต้องสูญเสียทรัพยากรที่น่าจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ดีกว่า ควรเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ก่อน อย่าพยายามตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างโดยทันที มิฉะนั้นอาจต้องลงเอยด้วยปริมาณข้อมูลที่มากเกินกว่าจะสามารถจัดการได้
ท้ายสุดแล้ว เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาสมดุลระหว่างการรับเอานวัตกรรมมาใช้งานกับความสามารถในการแยกแยะความแตกต่างระหว่าง “สิ่งใหม่” กับ “สิ่งที่มีประโยชน์” สำหรับธุรกิจ







