แกะสูตร ‘ซานากุ’ สแน็กไทยบุกแดนมังกร
จีน อีกหนึ่งประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยด้วยตลาดขนาดใหญ่ จึงเป็นจุดหมายของผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
จีน อีกหนึ่งประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยด้วยตลาดขนาดใหญ่ จึงเป็นจุดหมายของผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก
พัชรพร ศิลป์ประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอินเตอร์ ฟิชเชอรี่เทรดดิ้ง เจ้าของธุรกิจขนมขบเคี้ยวจากอาหารทะเล (ซี สแน็ก) ภายใต้แบรนด์ “ซานากุ” เปิดเผยว่า เริ่มต้นก่อตั้งบริษัทในปี 2551 ด้วยต้องการสร้างแบรนด์สินค้าขนมอบกรอบที่มีประโยชน์ จากในช่วงแรกทำตลาดส่งออกปลากะตักอบแห้งไปยังอินโดนีเซีย โดยร่วมทุนกับนักธุรกิจมาเลเซียและอินโดนีเซีย จากนั้นเริ่มขยายไปยังตลาดรัสเซีย ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงสู่มาตรฐานและการวางระบบ โดยขยายโรงงานเพิ่มในนามบริษัท ไทยอินเตอร์ ฟิชเชอรี่เทรดดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทย 100%
พร้อมกับเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์สู่มาตรฐาน และเริ่มต้นสร้างแบรนด์นามว่าซานากุ ด้วยเป้าหมายการทำตลาดส่งออก ด้วยแนวคิด การสร้างแบรนด์สินค้าที่ไม่ได้จำกัดแค่การส่งออกวัตถุดิบพื้นฐานอย่างเดียว แต่เป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้า ด้วยการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนขนาด แปรรูปเบื้องต้นเป็นขนม เพื่อบริโภคได้ทุกที่ทุกเวลา ต่างจากวัตถุดิบที่นำไปประกอบอาหารมื้อหลัก ที่จะจำกัดการบริโภคแค่ในมื้อต่างๆ
ขณะที่กลยุทธ์การทำตลาดในประเทศของแบรนด์ซานากุ คือ ขอรับรองมาตรฐานสากล เช่น ฮาลาล เอฟดีเอจีน เป็นต้น พร้อมเริ่มวางจำหน่ายในเซเว่นอีเลฟเว่น และแฟมิลี่มาร์ท ส่วนตลาดต่างประเทศ เริ่มส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ ซึ่งในปี 2559 ได้เริ่มต้นเจรจากับตัวแทนจำหน่ายเพื่อส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีน และสามารถวางจำหน่ายช่วงตรุษจีนในปี 2560 นี้
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นการเริ่มต้นสร้างแบรนด์จากตลาดภายในประเทศ แต่สัดส่วนการส่งออกต่างประเทศมีมากกว่าอยู่ที่ 90% และตลาดในประเทศ 10% เนื่องจากต่างประเทศเป็นการสั่งสินค้าจำนวนมาก แม้ว่าเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศจะซบเซา แต่ยอดการเติบโตของแบรนด์ซานากุยังเพิ่มขึ้น จากการเปิดตลาดใหม่ พร้อมวางเป้าหมายส่งออกเพิ่มขึ้น 1-2 ประเทศในทุกปี ดังนั้นการค้าในตลาดใหม่จึงช่วยอุดช่องโหว่ตลาดเดิมที่การเติบโตลดลง โดยในปี 2559 เติบโตขึ้นจากปี 2558 ราว 20%
สำหรับแผนในปี 2560 นี้ จะมุ่งตลาดในประเทศจีนให้แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งการส่งออกสินค้าโดยเฉพาะอาหารแปรรูปขนมต่างๆ ต้องปรับรสชาติให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ ด้วย
“ความอร่อยไม่ได้มีแค่รสชาติเดียว เราไม่สามารถใช้มาตรฐานความอร่อยในประเทศไทยกับประเทศทั่วโลกได้ สำหรับจีนผู้บริโภคนิยมสินค้าที่ดูมีปริมาณเยอะ ไม่หวานเกินไป และความเผ็ดแตกต่างกับประเทศไทย ซึ่งแต่ละมณฑลในจีนมีความต้องการแตกต่างกันไป เพราะเป็นประเทศใหญ่ ต้องศึกษาก่อนทำการตลาด” พัชรพร กล่าว
โดยในปี 2560 ยังวางแผนบุกเกาหลีใต้ช่วงไตรมาสแรก และบุกตลาดอาเซียนเริ่มต้นที่อินโดนีเซีย ซึ่งความสำเร็จและการเติบโตของบริษัทยังมาจากการวางแผนทางธุรกิจที่รัดกุม สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเชิงปฏิบัติการ สร้างความเข้าใจการผลิตสินค้า
ที่สำคัญเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดระดับสากลได้


