
โอกาสทองอี-คอมเมิร์ซไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดย...ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Priceza.com
โดย...ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Priceza.com
ผ่านไปแล้วสำหรับปี 2016 ซึ่งสำหรับตัวผมเองถือว่าปีที่ผ่านมาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce) ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แนวโน้มการแข่งขันบนโลกการค้าออนไลน์ในภูมิภาคนี้ จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปี 2025
ผลการวิจัยของ Google และ Temasek Group ชี้ให้เห็นว่า ในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้านี้ตลาดอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะแข่งขันกันอย่างเต็มรูปแบบ และตลาดจะโตขึ้นอีก 16 เท่า ถือเป็นอีกโอกาสทองของบรรดาธุรกิจต่างๆ ที่จะกระโจนเข้ามามีบทบาทในโลกออนไลน์มากขึ้น และจะเกิดการค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง
การค้าระหว่างผู้ประกอบการโดยตรงถึงลูกค้า หรือ Business to Consumer (B2C) คาดการณ์โดย Frost and Sullivan ถึงมูลค่าในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้นจาก 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2015 เป็น 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2020 โดยเติบโต 17.1% ต่อปี ไม่เพียงแต่ผู้ประกอบการเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอี-คอมเมิร์ซ แต่ผู้บริโภคก็จะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันกันอย่างดุเดือดนี้เช่นกัน
ประการถัดมา ตลาดสมาร์ทโฟนในไทยมีการขยายตัวมากขึ้น (จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย) ถึงร้อยละ 3.6 ถึง 4.9 โดยส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคระดับกลางและบน ซึ่งป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยี 4จี ที่ทำให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้สะดวกยิ่งขึ้น
รายงานของ Global Web Index ในไตรมาส 3 ปี 2016 พบว่า นักช็อปออนไลน์ในไทยใช้สมาร์ทโฟนซื้อสินค้าออนไลน์มากกว่า 60% ขณะที่ใช้พีซีหรือโน้ตบุ๊ก 50% และผลการศึกษาโดย มายด์แชร์ เอเยนซี กล่าวว่า พฤติกรรมคนไทยในปัจจุบันเลือกซื้อสินค้าผ่านการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย ทั้งสินค้าและบริการต่างๆ
แนวโน้มการเติบโตของตลาดอี-คอมเมิร์ซจะเน้นตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เดิมร้านค้าออนไลน์มักเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ที่รวมสินค้าทุกอย่างไว้ด้วยกัน เน้น Mass Market ที่มีการแข่งขันสูงมาก ผู้ประกอบการรายใหญ่มีความได้เปรียบ เพราะนำเสนอสินค้าได้หลากหลายกว่า มีกำลังผลิตมากกว่า ทำให้สามารถขายสินค้าได้ในราคาที่ถูกกว่าผู้ค้ารายย่อย แต่ปัจจุบัน ผู้บริโภคมีความต้องการที่จำเพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น รองเท้าสุขภาพ เสื้อผ้าสำหรับคนรูปร่างใหญ่ ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มมองหาตลาดสินค้าเฉพาะกลุ่ม แม้ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่มีจำนวนน้อยแต่มีกำลังซื้อ และหากเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้ จะสร้างยอดขายได้อีกมาก อีกทั้งยังเป็นตลาดใหม่ที่การแข่งขันไม่สูงมาก ทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น
ประการสุดท้าย ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะทำให้ผู้ไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์หันมาทดลองช็อปปิ้งผ่านเว็บไซต์ ได้แก่ คำบอกเล่าของเพื่อน และคนใกล้ชิด และตัวเลือกการชำระเงินที่ยืดหยุ่นกว่า หากมีบริการ Cash on delivery เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสินค้าจ่ายเงินสดเมื่อสินค้าส่งถึงบ้าน จะทำให้ลูกค้ารายใหม่ๆ รู้สึกปลอดภัยในการช็อปปิ้งออนไลน์มากยิ่งขึ้น







