
สต๊อกสินค้ารับภาษีลด
ซูรูฮะ เตรียมสต๊อกเครื่องสำอาง สกินแคร์ญี่ปุ่น ขานรับรัฐลดภาษีเครื่องสำอางเหลือ 0% ดันร้านค้าปลีกสเปเชียลิตี้คึกคัก
ซูรูฮะ เตรียมสต๊อกเครื่องสำอาง สกินแคร์ญี่ปุ่น ขานรับรัฐลดภาษีเครื่องสำอางเหลือ 0% ดันร้านค้าปลีกสเปเชียลิตี้คึกคัก
น.ส.เบญจมาศ ต้องประสิทธิ์ กรรมการบริหาร บริษัท ซูรูฮะ (ประเทศไทย) ผู้บริหารร้านดรักสโตร์ ซูรูฮะ เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมแผนสต๊อกสินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อรองรับมาตรการลดภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง น้ำหอม แป้งและลิปสติก จากเดิม 5-20% เหลือ 0% ในช่วงเดือน ก.พ.-ม.ค. ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการขยายฐานลูกค้าระดับกลาง-ล่าง และกลุ่มแมสที่นิยมซื้อสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นมาใช้ จากปัจจุบันฐานลูกค้าของซูรูฮะเป็นกลุ่มระดับกลาง
ทั้งนี้ เบื้องต้นมีแนวโน้มว่า ราคาสินค้าจะลดลงตามอัตราภาษี หรือลดลงตั้งแต่ 5-20% แต่ต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยในช่วงเวลาที่สินค้าลดราคา รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะหากเป็นช่วงเงินบาทอ่อน ยิ่งส่งผลให้ต้นทุนนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะกระตุ้นให้ธุรกิจร้านค้าปลีกกลุ่มสเปเชียลิตี้สโตร์ มีความคึกคักและช่วยผลักดันให้ยอดขายของกลุ่มผู้ประกอบการเติบโตเพิ่มขึ้น
“ทิศทางร้านค้าปลีกสเปเชียลิตี้สโตร์ หรือในกลุ่มซูเปอร์ดรักสโตร์ร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามในปี 2560 มีมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเติบโต 15-20% ใกล้เคียงกับปี 2559 โดยการเติบโตมาจากผู้เล่นรายใหม่อย่างร้านมัตสึโมโตะที่เข้ามาขยายสาขาในไทยและทำตลาดมากขึ้น นอกจากนี้จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเครื่องสำอาง สกินแคร์จากญี่ปุ่น จึงเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับกลุ่มชนชั้นกลาง มีความระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย”
ขณะที่ แผนธุรกิจในปี 2560 บริษัทให้ความสำคัญการพัฒนาช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านทางออนไลน์เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเจเนอเรชั่นวาย ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี จึงมีการสั่งซื้อสินค้าในช่องทางดังกล่าวมากกว่ากลุ่มอื่นๆ เบื้องต้นจะเพิ่มสัดส่วนจากต่ำกว่า 10% เป็นมากกว่า 10%
นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าใช้งบลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท เปิดเพิ่ม 10 สาขา จากปัจจุบันมี 20 สาขา โดยยังเน้นขยายสาขาขนาดใหญ่ตั้งแต่ 200-300 ตร.ม.
สำหรับการแข่งขันร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงาม นอกจากสินค้าต้องแข่งขันทางด้านฟังก์ชันนัล การทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อแล้ว กลยุทธ์ที่มาแรงในปี 2560 คือ การนำเสนอสินค้าให้มีเรื่องราว จัดแต่งดิสเพลย์ใหม่ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การช็อปปิ้งภายในร้านค้า ไม่ว่าจะเป็น การใช้แสง สี เสียง และกลิ่น เพื่อดึงดูดใจให้ผู้บริโภคมาซื้อสินค้าอยู่นานและปริมาณการซื้อสินค้าต่อชิ้นเพิ่มขึ้น ด้านรายได้บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโต 10% ใกล้เคียงกับปี 2559







