
รัฐอัดงบ125ล้านดึงลงทุน
รัฐบาลอนุมัติงบกลาง 125 ล้าน สั่งบีโอไอจัดแผนประชาสัมพันธ์ แจงนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ดึงดูดการลงทุน
รัฐบาลอนุมัติงบกลาง 125 ล้าน สั่งบีโอไอจัดแผนประชาสัมพันธ์ แจงนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ดึงดูดการลงทุน
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบกลางปี 2560 เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ดำเนินโครงการดำเนินงานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมเพื่อพลิกโฉมประเทศสู่ “ไทยแลนด์ 4.0”
ทั้งนี้ การพัฒนาประเทศไปสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” นับเป็นการปฏิรูปประเทศไทยเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน การสร้างความตระหนักและรับรู้ต่อทิศทางการปรับเปลี่ยนแนวการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อสาธารณชน จึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ นอกจากนั้นต้องเร่งประชาสัมพันธ์ทิศทางการพัฒนาประเทศ และมาตรการที่สำคัญของภาครัฐให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติรับทราบ เพื่อชี้ให้เห็นโอกาสของการลงทุนใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น และชักชวนให้มาร่วมเป็นหุ้นส่วนในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่อนาคต
สำหรับแนวทางในการประชาสัมพันธ์ต้องทำให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย ประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนแรก การจัดนิทรรศการและงานสัมมนาระดับนานาชาติในประเทศภายใต้ชื่อ “Opportunity Thailand” ในวันที่ 15 ก.พ. 2560 เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค (Gateway of ASEAN) และเป็นแหล่งรองรับการลงทุนชั้นนำของโลก โดยประกอบด้วยกิจกรรมที่สำคัญ 2 กิจกรรม ได้แก่ การจัดกิจกรรมนิทรรศการที่แสดงให้เห็นภาพจำลองของประเทศไทยใน 10 ปีข้างหน้า การจัดงานสัมมนาโดยเชิญนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงระดับโลกในหลายภูมิภาคขึ้นเวทีเสวนา เพื่อบรรยายเรื่องศักยภาพ โอกาสการลงทุนและความพร้อมของประเทศไทยในอนาคต
ส่วนที่ 2 การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วยการโฆษณาและประชาสัมพันธ์งาน “Opportunity Thailand” ทั้งในช่วงก่อนและระหว่างการจัดงาน เพื่อกระตุ้นการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย และนำไปสู่การเข้าร่วมงาน รวมทั้งจะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์หลังการจัดงานเพื่อขยายผลจากการจัดงาน พร้อมทั้งตอกย้ำถึงศักยภาพและความพร้อมในด้านต่างๆ ของประเทศไทยในการพัฒนาสู่ “ไทยแลนด์ 4.0”
สำนักงานบีโอไอ รายงานว่า การพัฒนาเศรษฐกิจของไทยไปสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” จะมีการปรับเปลี่ยนใน 3 มิติสำคัญ คือ 1.เปลี่ยนจากการผลิตสินค้า “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม” 2.เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม และ 3.เปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น
นอกจากนี้ ครม.เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2559 เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนฉบับแก้ไข และร่าง พ.ร.บ.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทำให้ประเทศไทยมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการดึงดูดโครงการลงทุนที่มีคุณค่าสูงให้เข้ามาในประเทศมากขึ้น จึงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยโดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อกระแสหลักประเภทต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ให้มารับทราบโอกาสการลงทุนในประเทศไทย รวมทั้งการจัดกิจกรรมนิทรรศการและงานสัมมนาระดับนานาชาติ







