
กระเบื้องรับศึกหนักเร่งปรับตัว
กระเบื้องปูพื้น-บุผนังแข่งดุ สินค้านำเข้าโหมบุกตลาด ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวแตกไลน์สินค้าขยายฐานลูกค้า
กระเบื้องปูพื้น-บุผนังแข่งดุ สินค้านำเข้าโหมบุกตลาด ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวแตกไลน์สินค้าขยายฐานลูกค้า
นายสุทิน ยุทธนาวราภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม หรือยูเอ็มไอ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระเบื้องปูพื้นและบุผนังภายใต้แบรนด์ดูราเกรสและเซอเกรส เปิดเผยว่า ในปี 2560 ผู้ผลิตกระเบื้องยังต้องเผชิญกับต้นทุนในการก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น จากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มขยับขึ้น ราคาค่าแรงที่ปรับขึ้น ขณะเดียวกันยังมีการแข่งขันนำเข้าจากผู้ผลิตหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนที่ผลิตกระเบื้องมีหลากหลาย และเริ่มมาแข่งขันทางด้านคุณภาพมากขึ้น
ขณะที่อินเดียเริ่มมีผู้นำเข้ามาทำตลาดในไทยหลายราย รวมไปถึงเวียดนามมีสินค้าส่งเข้ามาทำตลาดในไทย รวมถึงในประเทศอาเซียน ซึ่งได้เปรียบเรื่องกำแพงภาษี 0% โดยไทยนั้นได้เปรียบมากกว่าประเทศอื่น เนื่องจากได้รับการยอมรับจากกลุ่มประเทศอาเซียนว่าผลิตสินค้ามีคุณภาพ ปัจจุบันผู้ผลิตกระเบื้องบุพื้นและบุผนังในไทยมีจำนวน 7 ราย ไม่ได้เพิ่มขึ้นและลดลง ประเมินว่าตลาดรวมในปี 2560 นั้น จะสามารถเติบโตอย่างมาก 2-3%
สำหรับภาพรวมของตลาดกระเบื้องปูพื้นและบุผนังในปี 2559 ที่ผ่านมาลดลงประมาณ 7-8% ซึ่งถือว่าลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อที่อยู่ในระดับรากหญ้านั้นได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้กำลังซื้อลดลงส่งผลต่อการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน รวมไปถึงงานก่อสร้างใหม่ก็ลดลงตามไปด้วย ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว สำหรับกระเบื้องที่เปิดขายส่วนใหญ่จะเจาะตลาดระดับกลาง-ล่าง มีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 200 บาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) แนวทางการปรับตัวของบริษัทในปี 2560 จะให้ความสำคัญกับการทำตลาดกระเบื้องที่มีขนาดใหญ่ เพื่อขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น
"จากเดิมเน้นผลิตกระเบื้องขนาด 12x16 นิ้ว ได้ขยับขึ้นไปทำตลาดกระเบื้องขนาด 30x60 นิ้ว หรือขนาด 60x60 นิ้วมากขึ้น ทำให้สามารถขยับราคาขึ้นได้บ้าง ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตรวม 20 ล้าน ตร.ม. ซึ่งทรงตัวมานาน 3 ปี และคาดว่าปี 2560 จะยังไม่เพิ่มกำลังการผลิต" นายสุทิน กล่าว







