posttoday
รับเหมาก่อสร้าง... ปีระกาสดใส

รับเหมาก่อสร้าง... ปีระกาสดใส

04 มกราคม 2560

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

ภาพรวมธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในปี 2560 และต่อเนื่องในปีถัดไปจะรุ่งเรืองสดใสตามการลงทุนของรัฐบาลที่ประกาศไว้อย่างชัดเจน ว่าจะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งรถไฟฟ้าหลากสีและรถไฟทางคู่เพื่อเชื่อมออกไปในต่างจังหวัด ซึ่งตัวเลขการลงทุนที่จะเกิดขึ้นอยู่ในระดับ 1.7 ล้านล้านบาท

การลงทุนรัฐที่ชัดเจนจากการเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม สีชมพู และสีเหลือง ส่งท้ายปี 2559 เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อภาคธุรกิจอย่างมาก เพราะทุกคนเฝ้ารอและคาดหวังกับการลงทุนของรัฐมาอย่างน้อย 2 ปีแล้ว และถึงตอนนี้ก็พูดได้ว่า มาช้าดีกว่าไม่มา

โพสต์ทูเดย์สัมภาษณ์ผู้ประกอบการบริษัทรับเหมาก่อสร้างเบอร์ 2 และเบอร์ 3 ของประเทศ คือ บริษัท ช.การช่าง (CK) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC)

STEC เตรียมพร้อม

ภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ STEC กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจรับเหมาก่อสร้างปีนี้จะขยายตัวมากกว่าปี 2559 ตามแผนงานการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ที่จะถูกผลักดันให้เกิดมากขึ้นเรื่อยๆ โครงการขนาดใหญ่จะทยอยออกมาประมูลมากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าและรถไฟทางคู่ ซึ่งบริษัทมีความพร้อมอยู่เสมอ มีการเตรียมตัวรองรับงานประมูลตลอดเวลา มีการเตรียมทีมงานเอาไว้รองรับงานในอนาคต และจะเข้าร่วมประมูลงานก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐทุกงาน และคาดหวังการมีส่วนร่วมในทุกโครงการ และงานก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐที่ออกมาในอนาคตจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าเป็นอย่างมากทั้งในด้านรายได้และกำไร โดยปีหน้าคาดว่ารายได้ก็จะเกิน 2 หมื่นล้านบาทขึ้นไป

สำหรับการจับมือหรือร่วมกันประมูลงาน ระหว่างบริษัทกับ CK และกับบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เพื่อเข้าร่วมประมูลงานในโครงการขนาดใหญ่ เป็นเรื่องปกติที่พันธมิตรทั้งสองฝ่ายจะช่วยกันทำงาน ขยายงาน การมีพันธมิตรเป็นเรื่องที่ดี ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้มากขึ้น และในระยะเวลาอันใกล้ คงจะยังไม่เพิ่มทุน เพราะธุรกิจก่อสร้างจะมีเงินส่วนหนึ่งที่มาจากการเบิกเงินล่วงหน้าจากเจ้าของงานเพื่อมาใช้ในการทำงานได้

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงและอุปสรรคของธุรกิจก่อสร้าง ส่วนใหญ่ก็จะมาจากแรงงานที่ขาดแคลนบ้างและค่าแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงราคาวัสดุก่อสร้างที่อาจจะเพิ่มขึ้นบ้าง แต่โดยรวมแล้วยังสามารถควบคุมได้ อีกเรื่องคือการล่าช้าของโครงการประมูลของภาครัฐ ที่บางครั้งมีความล่าช้า เป็นอุปสรรคในเรื่องของความต่อเนื่องของการสะสมงานในมือ (แบ็กล็อก)

นอกจากนี้ เพื่อกระจายความเสี่ยงในการทำธุรกิจ บริษัทได้เริ่มออกไปลงทุนในธุรกิจอื่นที่นอกเหนือจากธุรกิจหลัก โดยเลือกที่จะลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน เพราะธุรกิจนี้จะมีรายได้ประจำและสม่ำเสมอ และช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้น จะมีรายได้จากธุรกิจใหม่ไม่มากนัก ในอนาคตคงจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ

CK เงินหนา-กินยาว

ประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการบริหาร CK กล่าวว่า อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างในปี 2560 น่าจะสดใสต่อไปได้หลังจากรัฐได้เปิดประมูลรถไฟฟ้า 3 สายในหลายสัญญาช่วงปลายปี และจะปิดประมูลรถไฟทางคู่ใน 5 เส้นทางต่อเนื่อง และเชื่อว่าในปีนี้จะมีงานรัฐออกมาประมาณ 4-5 แสนล้านบาท ซึ่ง CK พร้อมที่จะเข้าประมูลในทุกงานที่ออกมาและคาดหวังว่าจะได้รับงานประมาณ 20-25%

“ถ้างานรัฐยังออกมาต่อเนื่องก็จะหนุนให้งานในมือของบริษัทเพิ่มขึ้นแน่นอน โดยปี 2559 บริษัทมีงานในมือ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทต่อเนื่องอีก 2 ปี และถ้ามีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้มีงานสร้างรายได้ได้ยาวนานขึ้น”

สำหรับเป้าหมายรายได้นั้นคาดว่าน่าจะอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยก็จะอยู่ที่ 8-10%

แหล่งเงินทุนในการเข้าประมูลและรับงานจากภาครัฐ แม้ว่าจะมีงานออกมามากบริษัทมีฐานทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน อีกทั้งงานรัฐบาลจะมีเงินล่วงหน้าที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ก่อน ซึ่งโดยปกติเงินล่วงหน้าของรัฐจะอยู่ที่ 10-15% ในการทำงานซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ปกติที่ดำเนินการในการทำธุรกิจและประมูลงานรัฐ

บริษัทยังมีฐานเงินที่แข็งแกร่งโดยมีหนี้สินต่อทุนที่ 1.5 เท่า ต่ำกว่าอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ 3 เท่า การที่หนี้สินต่อทุนต่ำทำให้มีความสามารถในการกู้เงิน ขณะเดียวกันการที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ดี สามารถระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ได้ดอกเบี้ยที่ดี

ปัจจุบันบริษัทมีวงเงินหุ้นกู้ที่ขออนุมัติผู้ถือหุ้นไว้ 3.5 หมื่นล้านบาท ดำเนินการออกไปแล้ว 3 หมื่นล้านบาท และหนี้วงเงินอีก 5,000 ล้านบาท ที่จะสามารถดำเนินการต่อได้ ซึ่งบริษัทมีต้นทุนดอกเบี้ยที่ 3.8% ซึ่งถูกกว่าการกู้จากสถาบันการเงิน อายุเฉลี่ย 7-8 ปี เพราะมีตั้งแต่อายุ 3, 5, 7, 10 และ 11 ปี

“หุ้นกู้ของบริษัทได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนหุ้นกู้ ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้ทดลองออกหุ้นกู้ระยะยาว 11 ปี ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก” ประเสริฐ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัทในเครือก็จะมีทิศทางที่ดีทั้งบริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) บริษัท น้ำประปาไทย (TTW) และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับบริษัทได้ แต่ระยะยาวรายได้หลักก็ยังมาจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

ความเสี่ยงในการทำธุรกิจก่อสร้าง คือ ราคาวัสดุก่อสร้างที่อาจปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการที่บริษัทเป็นบริษัทที่มีรายได้จากในประเทศเป็นหลัก แต่มีความจำเป็นต้องซื้อเครื่องจักรจากต่างประเทศเข้ามาจึงจะต้องบริหารจัดการให้ดี ซึ่งในการบริหารจัดการเรื่องต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะนั่นหมายถึงผลกำไรที่จะเกิดขึ้นในการทำธุรกิจ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ