
'เวิร์คพอยท์' ปรับผังสู้
มุ่งขยับเรตติ้งเพิ่มรายการใหม่ถอดคอนเทนต์ไม่ดึงผู้ชม
มุ่งขยับเรตติ้งเพิ่มรายการใหม่ถอดคอนเทนต์ไม่ดึงผู้ชม
เวิร์คพอยท์เตรียมปรับผังรายการใหม่ปี 2560 ดึง 10 รายการใหม่ เพิ่มศักยภาพคอนเทนต์ หวังดันเรตติ้งสิ้นปี 2560 ขึ้น 1.3
นายชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปีหน้า บริษัทมีแผนจะทยอยปรับผังรายการใหม่ตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.เป็นต้นไป โดยรายการใหม่ที่จะนำมาออกอากาศในปี 2560 นี้จะมีทั้งในส่วนของรายการวาไรตี้ กีฬา และละคร
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายการละคร บริษัทยังคงเดินหน้าใช้กลยุทธ์เดิม คือ ออกอากาศสัปดาห์ละ 1 เรื่อง เนื่องจากการผลิตคอนเทนต์ละครใช้เวลาค่อนข้างนาน
ในส่วนของรายการใหม่ที่จะนำมาออกอากาศส่วนใหญ่จะเป็นการปรับปรุงรายการเก่าให้มีเนื้อหาของคอนเทนต์น่าสนใจมากขึ้น โดยในต้นเดือน ม.ค.นี้ ก็จะมีในส่วนของการปรับรูปแบบรายการซูเปอร์จิ๋วเป็นรายการซูเปอร์เท็น จากเดิมจะเป็นรายการชวนเด็กๆ มาเล่นเกม ได้ปรับเป็นการประกวดเด็กที่มีความสามารถพิเศษ โดยจะออกอากาศวันแรกในวันที่ 7 ม.ค. 2560
“รายการซูเปอร์จิ๋วถือเป็นหนึ่งรายการที่มีการปรับรูปแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งรายการรูปแบบใหม่ที่จะเริ่มนำมาออกอากาศในต้นเดือน ม.ค.นี้ จะเป็นเหมือนรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์เด็ก เปิดโอกาสให้เด็กที่มีความสามารถมาแสดงความสามารถพิเศษในรายการ” นายชลากรณ์ กล่าว
สำหรับรายการใหม่ที่จะนำมาออกอากาศจะเป็นการนำรายการใหม่มาทดแทนรายการเก่าที่ออกอากาศมาแล้วเป็นระยะเวลา 3 เดือน แล้วพบว่ามีจำนวนผู้ชมน้อย ซึ่งในส่วนของรายการที่เข้าข่ายดังกล่าวในเดือนแรกถ้ายังมีจำนวนผู้ชมน้อย บริษัทจะเรียกเข้ามาเจรจาเพื่อให้ปรับเนื้อหาของรายการให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
ทั้งนี้ หลังจากมีการปรับแล้วหากจำนวนผู้ชมยังไม่ปรับเพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลา 3 เดือนก็จะทำการปลดรายการดังกล่าวออกทันที เพื่อนำรายการที่มีคุณภาพและมีจำนวนผู้ชมมากกว่ามาออกอากาศแทน
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะให้ความสำคัญกับการทำการตลาดในช่องทางออนไลน์มากขึ้น ด้วยการใช้ช่องทางเฟซบุ๊ก ยูทูบ และไลน์เป็นช่องทางหลักในการทำตลาด ควบคู่ไปกับการทำตลาดผ่านหน้าจอทีวี ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแผนดังกล่าว บริษัทจึงมีแผนจะปรับระบบไอทีให้เป็นมัลติแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ชมสามารถชมรายการได้ทั้งรายการสดทางหน้าจอทีวี และรายการเทป โดยหลังจากรุกตลาดออนไลน์มากขึ้น คาดว่าปี 2560 จะมีรายได้จากช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านบาท จากสิ้นปี 2559 มีรายได้อยู่ที่ 70 ล้านบาท
นายชลากรณ์ กล่าวอีกว่า เป้าหมายการดำเนินธุรกิจในปี 2560 บริษัทต้องการมีเรตติ้งเฉลี่ยทั้งปีขึ้นมาอยู่ที่ 1.3 จากปัจจุบันมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2 ครองอันดับ 3 ของภาพรวมช่องทีวีดิจิทัล







