posttoday
ออกจากงาน ไม่ออกจากประกันสังคม

ออกจากงาน ไม่ออกจากประกันสังคม

03 มกราคม 2560

ปีใหม่ ชีวิตใหม่ ขอลาทีเจ้านายที่รัก จากนี้ขอไปเป็น “ฟรีแลนซ์”แต่ในใจยังหวั่นๆ ว่า แล้ว “สิทธิประโยชน์” ที่เคยมีเคยได้เมื่อตอนเป็นมนุษย์เงินเดือนจะต้องหายไป

ปีใหม่ ชีวิตใหม่ ขอลาทีเจ้านายที่รัก จากนี้ขอไปเป็น “ฟรีแลนซ์”แต่ในใจยังหวั่นๆ ว่า แล้ว “สิทธิประโยชน์” ที่เคยมีเคยได้เมื่อตอนเป็นมนุษย์เงินเดือนจะต้องหายไป และนับจากนี้ไปไม่ว่าจะเจ็บป่วย คลอดลูกชีวิตวัยเกษียณ ต้องรับผิดชอบตัวเอง ไม่เหมือนตอนเป็นมนุษย์เงินเดือนที่อย่างน้อยก็ยังมีสวัสดิการจากประกันสังคม

แต่เดี๋ยวก่อน... ถ้ายังออกจากงานประจำมาไม่เกิน 6 เดือน และเคยส่งเงินสมทบตามมาตรา 33 มาไม่น้อยกว่า 12 เดือน (และต้องไม่เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุนประกันสังคม) คุณจะได้สิทธินั้นกลับคืนมา เพียงแค่ส่งเงินสมทบเดือนละ 432 บาทเท่านั้น

เพราะเราจะกลายเป็น “ผู้ประกันตนโดยสมัครใจมาตรา 39” ซึ่งจะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี ต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ได้แก่

1.กรณีเจ็บป่วย

2.กรณีคลอดบุตร

3.กรณีทุพพลภาพ

4.กรณีตาย

5.กรณีสงเคราะห์บุตร

6.กรณีชราภาพ

เงินสมทบเดือนละ 432 บาท จะคำนวณจากฐานเงินสมทบ เดือนละ 4,800 บาท เท่ากันทุกคน โดยคิดจากอัตราเงินสมทบ 9% (4,800 x 9% = 432 บาท/เดือน) โดยใน 9% นี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

- ส่วนที่ 1 เงินสมทบ 3% หรือ 144 บาทเป็นเงินสมทบเพื่อคุ้มครองกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และคลอดบุตร โดยรัฐบาลช่วยสมทบให้อีก 1.5% หรือ 72 บาท

- ส่วนที่ 2 เงินสมทบ 288 บาท หรือ 6% บวกกับเงินสมทบจากรัฐบาลอีก 1% หรือ 88 บาท เป็นเงินสมทบกรณีสงเคราะห์บุตรและกรณีชราภาพ

ถึงแม้ว่าประกันสังคมจะมีเวลาให้ 6 เดือนหลังลาออกจากงาน โดยในช่วง 6 เดือนนี้จะยังให้สิทธิการรักษาพยาบาลตามเดิม แต่ขอให้ไปสมัครตั้งแต่เนิ่นๆ ไปทันทีที่มีเวลา เพราะถ้าปล่อยให้เลยเวลาไปแล้วก็จะอดหมดสิทธิสมัคร

วิธีการสมัครง่ายๆ ก็แค่ไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมที่เราสะดวก แต่อย่าลืมพกบัตรประชาชนหรือบัตรอื่นที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้พร้อมสำเนาไปด้วยจากนั้นก็ไปกรอกแบบฟอร์มขอเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-20) เท่านี้ก็ได้เป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 เรียบร้อยแล้ว

หลังจากนี้เราก็มีหน้าที่ต้องนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราไม่ต้องวุ่นวายอะไรเลย เพราะจะถูกหักจากเงินเดือนก่อนที่เราจะรู้ตัวเสียอีกแต่นับจากนี้เราต้องรับผิดชอบด้วยตัวเองและห้ามลืมเด็ดขาด เพราะถ้าลืมจะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตรา 2% ต่อเดือน

นอกจากนี้ ยังอาจจะ “สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน” ถ้า...

- ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน(สิ้นสภาพตั้งแต่เดือนแรกที่ไม่ส่งเงินสมทบ)

- ภายในระยะเวลา 12 เดือน ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน (สิ้นสภาพในเดือนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน)

วิธีการนำส่งเงินสมทบก็ไม่ยากเย็นอะไร เพราะมีให้เลือกหลายวิธีแล้วแต่ความสะดวก โดยจะไปจ่ายที่สำนักงานประกันสังคมที่ไหนก็ได้ ด้วยแบบส่งเงินสมทบฯ (สปส. 1-11)

หรือหลังจากชำระครั้งแรกที่สำนักงานประกันสังคมแล้ว จากนั้นจะไปจ่ายเงินสดที่…

1.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 

2.ธนาคารกรุงไทย 

3.ธนาคารธนชาต 

4.เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-ELEVEN ทุกสาขา (ค่าธรรมเนียมรายการละ 10 บาท) 

5.เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ (ค่าธรรมเนียมรายการละ10 บาท)

แต่ถ้ายังไม่สะดวก หรือกลัวจะหลงๆ ลืมๆ ตามประสาคนงานเยอะ สามารถเลือกหักจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคาร6 แห่ง ได้แก่

1.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา    

2.ธนาคารกรุงไทย (ค่าธรรมเนียมรายการละ 5 บาท)

3.ธนาคารธนชาต

4.ธนาคารกสิกรไทย

5.ธนาคารไทยพาณิชย์

6.ธนาคารทหารไทย

กรณีหักผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ขอรับหนังสือยินยอมให้หักเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้ที่สาขาที่เปิดบัญชี หรือสำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง ยกเว้นสำนักงานใหญ่

เพียงเท่านี้ความคุ้มครองทั้ง 6 กรณีก็จะคงอยู่ไปตลอดจนกว่าลาออกไปเอง หรือกลับไปเป็นมนุษย์เงินเดือนตามเดิม ซึ่งจะเข้าไปเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33

แม้จะดูถูกดูแคลนว่า ไปหาหมอประกันสังคมจะกลายเป็นพลเมืองชั้นสอง (โดยเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชน) แต่เมื่อถึงเวลา “เจ็บหนัก” บอกได้เลยว่าเราจะขอบคุณประกันสังคม และไม่เสียดายเงินที่ต้องจ่ายเดือนละ432 บาท

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด สเปน พบ ซาอุดีอาระเบีย ฟุตบอลโลก 2026 วันนี้ 21 มิ.ย.69

LIVE ถ่ายทอดสด สเปน พบ ซาอุดีอาระเบีย ฟุตบอลโลก 2026 วันนี้ 21 มิ.ย.69