posttoday
ผลักดันพลังงาน 4.0 สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ

ผลักดันพลังงาน 4.0 สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ

03 มกราคม 2560

กระทรวงพลังงานได้กำหนดนโยบายพลังงาน 4.0 เพื่อขับเคลื่อนและสนับสนุนเศรษฐกิจ

โดย...ดวงนภา ประเสริฐพงษ์

พลังงานถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นปัจจัยพื้นฐานในการต่อยอดสู่การพัฒนาทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม แรงงาน สังคม ตลอดจนภาคครัวเรือน ก็ล้วนต้องพึ่งพาพลังงานด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 จำเป็นต้องมีแนวทางการพัฒนาพลังงาน 4.0 ของกระทรวงพลังงาน

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้กำหนดนโยบายพลังงาน 4.0 เพื่อขับเคลื่อนและสนับสนุนเศรษฐกิจ ภายใต้หลักการสำคัญ คือ การยกระดับประสิทธิภาพของระบบพลังงานในปัจจุบัน และนำนวัตกรรมที่เหมาะสมมาใช้ในการพัฒนา ซึ่งต้องครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต จัดหา แปรรูป ไปจนถึงการใช้โดยแบ่งตามประเภทพลังงาน ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้าและต้องสอดคล้องกับการทำงานด้านประชารัฐด้วย

สำหรับแนวทางการพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อตอบสนองนโยบายพลังงาน 4.0 หลักสำคัญต้องสร้างความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีแผนจะพัฒนาระบบท่อให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงในการขนส่งน้ำมันมากขึ้น  ซึ่งที่ผ่านมาได้เริ่มโครงการการขยายท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ไปแล้ว รวมทั้งการก่อสร้างคลังน้ำมันรองรับการขนส่งทางท่อตามจุดสำคัญ โดยประโยชน์ที่จะได้รับจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งน้ำมันทางรถยนต์ และทำให้โครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันในต่างจังหวัดใกล้เคียงกับราคาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากขึ้น ขณะเดียวกันต้องมีการลดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่ง ผลักดันให้ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพิ่มขึ้น

สำหรับแนวทางพัฒนาก๊าซธรรมชาติ เสนอให้มีการร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับใหม่ โดยกำหนดรูปแบบการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมให้ครอบคลุม ประกอบไปด้วยระบบแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) และระบบจ้างผลิต (เอสซี) เพิ่มเติมจากระบบสัมปทานในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังส่งเสริมการแข่งขัน เปิดให้บุคคลที่สามเข้ามาใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติ ทั้งในส่วนท่อก๊าซ และท่ารับก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ภายใต้กฎระเบียบของข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดให้ใช้หรือเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติและสถานีแอลเอ็นจีแก่บุคคลที่สาม (Third Party Access Regime : TPA Regime) ซึ่งจะทำให้มีผู้ที่สนใจนำเข้าแอลเอ็นจีรายใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น

ด้านไฟฟ้า กระทรวงพลังงานมีแผนบริหารสัดส่วนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่ไม่สมดุล การพัฒนาพลังงานทดแทนที่ยังไม่เสถียร ระบบสายส่งไม่เพียงพอ โดยลดนำเข้าพลังงานทุกรูปแบบด้วยการผลักดันให้มีโรงไฟฟ่าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด และพัฒนาระบบพลังงานอัจฉริยะ (สมาร์ทกริด)

อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การเดินหน้าพลังงาน 4.0 ที่กระทรวงกำลังดำเนินการนั้น จะทำให้ทุกภาคส่วนมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันน้ำมันมีการพัฒนาไปสู่ระดับพลังงาน 3.5 แล้ว เพราะมีระบบเสรี แต่มีโจทย์หลักคือต้องทำให้การขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องมีการขนส่งทางท่อมากขึ้นจากปัจจุบันเน้นขนส่งทางรถยนต์ เป็นหลัก และต้องพึ่งพาตนเอง ซึ่งไทยยังมีการนำเข้า 90% แต่อนาคตพลังงานฟอสซิลจะลดลง ดังนั้นต้องนำพลังงานทดแทนภายในประเทศมาใช้มากขึ้น โดยภายในปี 2579 ตั้งเป้าผลิตเอทานอลให้ได้ 11.3 ล้านลิตร และไบโอดีเซล 14 ล้านลิตร/วัน

ขณะที่แอลเอ็นจีปัจจุบันเป็นเชื้อเพลิงด้านไฟฟ้าและขนส่ง และมีความจำเป็นต้องนำเข้ามากขึ้น เพราะก๊าซธรรมชาติของไทยกำลังจะหมดลง รวมถึงกำลังการผลิตของก๊าซจากเมียนมาก็ลดลงเช่นกัน ดังนั้นต้องเตรียมคลังแอลเอ็นจีเพื่อรองรับการนำเข้ามากขึ้น สำหรับไทยการใช้แอลเอ็นจีในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.0 และอนาคตจะยกระดับมากขึ้น หากมีการเปิดเสรีให้เอกชนเข้ามาอยู่ในธุรกิจแอลเอ็นจี ซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เข้ามาดูแลเรื่องนี้

ด้านไฟฟ้า ปัจจุบันระบบผลิตไฟฟ้าของไทยอยู่ระดับ 3.0 หากสามารถกระจายเชื้อเพลิงไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ คือ ลดก๊าซธรรมชาติลง และเพิ่มถ่านหิน จะทำให้มีโอกาสเข้าสู่พลังงาน 4.0 โดยปัจจุบันใช้ถ่านหิน 14% ก๊าซธรรมชาติ 62% น้ำมัน 1% ไฮโดรหรือพลังงานน้ำ 13% พลังงานทดแทน 10% จากเชื้อเพลิงทั้งหมดพบว่าใช้ก๊าซมากที่สุด โดยก๊าซหลักมาจากอ่าวไทยที่ใช้ผลิตไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของพลังงาน 4.0 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการระบบพลังงานของประเทศที่ต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กับการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในด้านอื่นๆ ด้วย จึงจะสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยได้อย่างแท้จริง 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ