
ปีแห่งการขับเคลื่อน ประกันภัยยุคดิจิทัล
คปภ.ได้กำหนดทิศทางการทำงานให้เป็นปีแห่ง “การขับเคลื่อนการประกันภัยในยุคดิจิทัล”
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
ในปี 2560 ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดทิศทางการทำงานของ คปภ.ให้เป็นปีแห่ง “การขับเคลื่อนการประกันภัยในยุคดิจิทัล” เพื่อให้สอดคล้องกับภาคธุรกิจประกันภัยที่มีแนวโน้มนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปฏิวัติรูปแบบการทำธุรกิจ หรือ “อินชัวร์เทค” มากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าให้กับการประกันภัยทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การให้บริการ และการบริหารจัดการภายในให้กับแต่ละองค์กร
สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ในปีนี้ คปภ.จะเป็นผู้นำทุกด้านของอุตสาหกรรมประกันภัย ให้เดินหน้าไปสู่เศรษฐกิจในยุคดิจิทัล โดยยังคงไว้ด้วยบทบาทของการเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริม ผู้กำกับดูแล รวมทั้งให้ความคุ้มครองต่อผู้บริโภค เพื่อไปสู่เป้าหมาย “การรักษาสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนและการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมดิจิทัลในอุตสาหกรรมประกันภัย” และพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นองค์กรกำกับดูแลด้านประกันภัยดิจิทัล หรือ “Digital Insurance Regulator” ให้ได้
ทั้งนี้ คปภ.ได้มีการวางแผนในการพัฒนา ปรับปรุง และเตรียมความพร้อมในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับใช้ในการสนับสนุนการดำเนินงานของ คปภ. เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมประกันภัยในการเตรียมความพร้อมและสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันสู่การเปิดเสรีในการประกอบธุรกิจ ไปจนถึงรองรับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน
อย่างไรก็ตาม ต้องยึดหลักการวางแผนที่เหมาะสมและสามารถใช้ประโยชน์ได้จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ เพื่อให้การกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของธุรกิจประกันภัยเป็นไปอย่างเหมาะสม พร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นองค์กรกำกับดูแลด้านประกันภัยดิจิทัล
สำหรับการมุ่งสู่องค์กรกำกับดูแลด้านประกันภัยดิจิทัลนั้น ทาง คปภ.ได้ดำเนินการผ่านแผนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉบับที่ 2 ระยะ (ปี 2560-2564) ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 3 (ปี 2559-2563) และแผนกลยุทธ์ คปภ. โดยมีแนวทางและมาตรการขับเคลื่อน คือ
1) การสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform) เพื่อสร้างข้อมูลอัจฉริยะดิจิทัล ในการเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Operations โดยมีมาตรการขับเคลื่อน ดังนี้
การพัฒนา ปรับปรุง รูปแบบการบริหารจัดการภายในและให้ครอบคลุมการบริหารงาน เพื่อรองรับการปฏิบัติงานอัจฉริยะ
การพัฒนาคุณภาพทักษะไอทีให้กับบุคลากรเพื่อสร้างแรงงานดิจิทัล
การสร้างกระบวนการเฝ้าระวังและรับมือ เพื่อป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ให้อุตสาหกรรม รวมไปถึงการส่งเสริมให้มีการพัฒนากรมธรรม์ไซเบอร์รองรับการบริหารความเสี่ยง ที่เกิดจากภัยคุกคามด้านไซเบอร์ของภาคธุรกิจ
การลงทุนในทรัพยากรดิจิทัลในลักษณะบูรณาการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อลดภาระในการบริหารจัดการ และรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
2) การเสริมสร้างความรู้ด้านดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนผ่านเป็นแรงงานดิจิทัลภายใต้หลักการ บูรณาการด้านข้อมูล ประกอบไปด้วยมาตรการขับเคลื่อน ดังนี้
การพัฒนามาตรฐานการแลกเปลี่ยน การเชื่อมโยง การเข้าถึงและจัดเก็บข้อมูล ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสอดคล้องกับแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกัน
การเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากการบูรณาการข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและรูปแบบการดำเนินธุรกิจประกันภัยแบบใหม่
3) การส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพดิจิทัล เพื่อเปลี่ยนผ่าน Digital Transform ไปสู่การให้บริการเชิงรุกให้กับประชาชน ประกอบไปด้วยมาตรการขับเคลื่อน ดังนี้
การให้บริการระบบเพื่อเข้าถึงบริการข้อมูลประกันภัย สร้างความเชื่อมั่น และยกระดับคุณภาพชีวิต
การพัฒนาแนวทางคุ้มครองข้อมูลและสิทธิส่วนบุคคลของผู้รับบริการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
การพัฒนาการเปิดข้อมูลของรัฐบาล เพื่อรองรับการส่งเสริมนวัตกรรมและสนับสนุนการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ
นอกจากนี้ คปภ.ยังกำหนดทิศทางการกำกับดูแลในยุคอินชัวร์เทคให้ไปสู่เป้าหมายที่สำคัญคือ “การรักษาสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนและการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมดิจิทัลในอุตสาหกรรมประกันภัย” ด้วยมาตรการ 7 เร่ง คือ
1) เร่งพัฒนาการกำกับดูแลให้มีความยืดหยุ่น เอื้อต่อการพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ให้เป็นมาตรฐานสากลรองรับทิศทางในอนาคต
2) เร่งบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อยกระดับความพร้อมในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์
3) เร่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินกิจการและเพิ่มคุณภาพการให้บริการประชาชน
4) เร่งสร้างศักยภาพการตรวจสอบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล
5) เร่งพัฒนาบุคลากรประกันภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้มีทักษะความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
6) เร่งยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชน เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค และสร้างระบบการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กดาต้า)
7) เร่งสร้างความมั่นคงปลอดภัยจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะตามมาในอนาคต
นี่จึงเป็นอีกบทบาทหนึ่งของ คปภ.ที่จะยกระดับตัวเอง เพื่อรองรับกับกระแสอินชัวร์เทค ที่กำลังเกิดขึ้นกับธุรกิจประกันภัยอยู่ในขณะนี้







