posttoday
หุ้นกู้ปี’60 เดือด 6 แสนล้าน

หุ้นกู้ปี’60 เดือด 6 แสนล้าน

02 มกราคม 2560

การเข้ามาระดมเงินทุนด้วยการออกและเสนอหุ้นกู้ของภาคธุรกิจ ทั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและนอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และทำสถิติสูงสุดอยู่ต่อเนื่องนั้นเพราะมีต้นทุนทางการเงินที่ถูกกว่าการกู้จากสถาบันการเงิน สามารถล็อกต้นทุนทางการเงินไว้ให้เหมาะสมกับการทำธุรกิจ ด้วยปัจจัยดังกล่าวทำให้ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2559 ขนาดของตลาดตราสารหนี้ไทยมีสัดส่วน 70% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 74% ขณะที่ตราสารทุนอยู่ที่ 104% และเงินกู้จากสถาบันการเงินอยู่ที่  99% ของจีดีพี

การเข้ามาระดมเงินทุนด้วยการออกและเสนอหุ้นกู้ของภาคธุรกิจ ทั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและนอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และทำสถิติสูงสุดอยู่ต่อเนื่องนั้นเพราะมีต้นทุนทางการเงินที่ถูกกว่าการกู้จากสถาบันการเงิน สามารถล็อกต้นทุนทางการเงินไว้ให้เหมาะสมกับการทำธุรกิจ ด้วยปัจจัยดังกล่าวทำให้ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2559 ขนาดของตลาดตราสารหนี้ไทยมีสัดส่วน 70% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 74% ขณะที่ตราสารทุนอยู่ที่ 104% และเงินกู้จากสถาบันการเงินอยู่ที่  99% ของจีดีพี

อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ตลาดเงิน-ตลาดทุนโลกกำลังต้องเผชิญกับการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ขึ้นไปแล้ว 0.25% เมื่อเดือน ธ.ค. 2559 และจะขึ้นอีก 0.75% ถ้อยแถลงที่ระบุไว้ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ มีการประมาณว่าในปีระกาหรือปี 2560 เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้ง ที่จะเป็นตัวเร่งและผลักดันให้มีการออกหุ้นกู้ของภาคธุรกิจเพื่อตุนสภาพคล่องและล็อกต้นทุนทางการเงินไว้

“โพสต์ทูเดย์” ได้สัมภาษณ์พิเศษ อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ถึงแนวโน้มและการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนไทยในปี 2560

อริยา กล่าวว่า ทางสมาคมประเมินว่า ในปี 2560 การระดมเงินทุนด้วยการออกหุ้นกู้จะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะมีการออกหุ้นกู้ในวงเงินประมาณ 6 แสนล้านบาท จากการที่จะมีหุ้นกู้เอกชนครบกำหนดในปี 2560 และจะมีการออกเพื่อไถ่ถอนหุ้นกู้ชุดเดิมที่จะครบกำหนดประมาณ 3.2 แสนล้านบาท

ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์คาดว่าจะมีการออกหุ้นกู้ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งการออกของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ส่วนหนึ่งเพื่อไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ได้มีการออกเพื่อนำไปทำเงินกองทุนขั้นที่ 2 ที่จะครบกำหนด 5 ปี รวมถึงการออกใหม่เพื่อเพิ่มเข้าไป 

นอกจากนี้ ในส่วนของบริษัทขนาดใหญ่นั้น เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) น่าจะเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) รายใหญ่ที่จะออกหุ้นกู้อีกประมาณ 8 หมื่นล้านบาท เป็นการออกต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าที่ BJC ถือว่าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ออกและระดมเงินด้วยการขายหุ้นกู้มากที่สุดเพื่อนำไปปรับโครงสร้างเงินกู้ที่เกิดขึ้นจากการซื้อกิจการ ส่วนที่เหลือน่าจะมาจากธุรกิจอื่นที่เข้ามาระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหลังจากรัฐออกโครงการประมูลโครงการลงทุนรถไฟฟ้าหลายเส้นทาง ซึ่งก็คาดว่าจะเห็นการเข้ามาระดมเงินด้วยการออกหุ้นกู้เช่นกัน

“เป้าหมายตัวเลขเอกชนออกหุ้นกู้ในปี 2560 นี้ ยังไม่ได้รวมในเรื่องของโอกาสที่เอกชนมีการซื้อกิจการและใช้ตลาดตราสารหนี้เป็นแหล่งระดมเงินเพื่อปรับโครงสร้างเงินกู้ในการลดต้นทุนทางการเงิน ดังนั้นตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นได้อีก เหมือนกับปีที่ผ่านมาที่ยอดการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนทำสถิติสูงสุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน” อริยา กล่าว

ปี 2559 สูงสุด 7.6 แสนล้าน

สำหรับการระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ในปี 2559 ที่ผ่านมา ตัวเลข ณ เดือน พ.ย. 2559 มีการออกหุ้นกู้รวมทั้งสิ้นแล้วกว่า 7.4 แสนล้านบาท ซึ่งมากสุดคือ BJC ที่ถือว่าเป็นผู้ออกรายใหญ่สุด เบ็ดเสร็จ BJC ออกหุ้นกู้ในปี 2559 ไปแล้วกว่า 8 หมื่นล้านบาท แต่ถ้าหากดูตามกลุ่มธุรกิจที่ออกก็จะพบว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะเป็นธุรกิจที่เข้ามาระดมเงินมากที่สุด รองลงมาคือพลังงานทดแทน และธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ที่เข้ามาใช้ตลาดหุ้นกู้เป็นเงินทุนในการทำธุรกิจ

เฟดไม่ทำเงินตึง

การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดคงต้องดูว่าจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไปหรือไม่ เพราะยังมีอีกหลายประเด็นที่จะต้องติดตามใกล้ชิด เพราะหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยโดยไม่ดูปัจจัยรอบนอก เช่น การเมืองในยุโรป การออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ เพราะเมื่อเงินไหลกลับไปสหรัฐจากผลของดอกเบี้ย สุดท้ายก็จะทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น จะไม่เป็นผลดีกับสหรัฐ แต่หากสหรัฐดำเนินนโยบายดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป การไหลออกของเงินทุนต่างชาติจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดทุน-หนี้ไทยก็จะมีระยะเวลาในการปรับตัว

อริยา กล่าวว่า ต้นทุนทางการเงินของบริษัทที่จะออกหุ้นกู้จะปรับตัวเพิ่มขึ้น จะมากน้อยขึ้นอยู่กับอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ออก แต่เป็นเรื่องที่เหมาะสมเพราะตลาดหุ้นกู้เป็นของผู้ออกมานานแล้ว ขณะที่ผู้ลงทุนแม้ว่าลงทุนในหุ้นกู้จะได้รับอัตราดอกเบี้ยดีกว่าฝากเงินกับสถาบันการเงิน แต่เมื่อดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้นก็จะทำให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น และการลงทุนก็จะดูในเรื่องของคุณภาพกันมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่ลงทุนตัวที่ให้ดอกเบี้ยดี โดยไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพของบริษัทที่เข้าไปลงทุน

สำหรับเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติ เชื่อว่าแม้จะมีการไหลออกไปก็จะไม่มีผลต่อสภาพคล่องของระบบ ไม่ทำให้เกิดปัญหาการตึงตัวของเม็ดเงิน หุ้นกู้ของภาคเอกชนผู้ที่ลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนและผู้ฝากเงินภายในประเทศ ต่างชาติจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล

อริยา กล่าวว่า เม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ ณ 11 เดือนแรกของปี 2559 ยังคงซื้อสุทธิอยู่ 6.6 หมื่นล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ มีเม็ดเงินไหลออกไปสุทธิแล้ว 6.5 หมื่นล้านบาท แต่ถ้าหากดูยอดถือครองสุทธิของต่างชาติในตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ที่ 6.3 แสนล้านบาท ลดลงจากสิ้นเดือน ก.ย. ซึ่งมียอด
ถือครองสุทธิอยู่ที่ 7.5 แสนล้านบาท แต่เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 5.6 แสนล้านบาท ดังนั้นจึงเชื่อว่าการไหลออกของเม็ดเงินจะอยู่ในระดับที่ตลาดรับได้

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69