
ดันโรงสกัดรับซื้อปาล์ม
“พาณิชย์” เตรียมหารือโรงสกัด ม.ค.นี้ ขอความร่วมมือรับซื้อผลปาล์มสดเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 20% ขึ้นไป
“พาณิชย์” เตรียมหารือโรงสกัด ม.ค.นี้ ขอความร่วมมือรับซื้อผลปาล์มสดเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 20% ขึ้นไป
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมจะเชิญผู้ประกอบการโรงสกัดน้ำมันปาล์มมาหารือช่วงเดือน ม.ค.นี้ เพื่อขอความร่วมมือให้รับซื้อผลปาล์มสดในเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 20% ขึ้นไปจากเกษตรกรมากขึ้น เพราะหลังการลงพื้นที่ จ.กระบี่ พบว่าเกษตรกรสามารถผลิตปาล์มน้ำมันที่เปอร์เซ็นต์ 20% แต่ที่ผ่านมาโรงสกัดจะมีการรับซื้อผลปาล์มคละจากเกษตรกร ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์น้ำมันอยู่ที่ 16-17% ทำให้เกษตรกรขายผลปาล์มได้ราคาต่ำกว่าเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 20%
“เท่าที่ตรวจสอบพบว่าหากรอให้ผลปาล์มสุกเกษตรกรก็จะสามารถขายปาล์มได้ในสัดส่วน 20% ขึ้นไป แต่ถ้ารีบเก็บเกี่ยวก็ต้องมาขายแบบคละ ซึ่งจะได้ราคาถูกกว่า เพราะเปอร์เซ็นน้ำมันที่เพิ่มทุก 1% จะได้ราคารับซื้อผลปาล์มสด 30 สตางค์/กก. หากรับซื้อที่ 20% เกษตรกรจะได้เงินเพิ่มขึ้นอีก 90 สตางค์/กก. ดังนั้นจึงต้องผลักดันให้โรงสกัดรับซื้อเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 20% มากขึ้น จะทำให้เกษตรกรหันมาเก็บปาล์มสุกมากขึ้น ช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำมันและยังสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ปาล์มน้ำมันระยะ 20 ปี ที่จะเพิ่มคุณภาพของปาล์มน้ำมันทั้งระบบ” นางนันทวัลย์ กล่าว
นางนันทวัลย์ กล่าวว่า หากได้รับความร่วมมือในการรับซื้อผลปาล์มเปอร์เซ็นต์สูงขึ้น นอกจากเกษตรกรที่จะได้รับรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบสามารถผลิตน้ำมันที่มีคุณภาพและต้นทุนการผลิตลดลง เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ที่สามารถผลิตผลปาล์มสดในเปอร์เซ็นต์น้ำมันได้ถึง 23% ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มก็จะมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ เพื่อป้อนระบบการผลิต ขณะที่ภาพรวมประเทศก็จะสามารถเพิ่มผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบอย่างน้อย 5-5.5 แสนตัน/ปี หรือคิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นราว 1.5-2 หมื่นล้านบาท/ปี ภายใต้พื้นที่เพาะปลูกเดิม
สำหรับพื้นที่เพาะปลูกปาล์มสดในไทยปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 10.9 ล้านตัน/ปี โดยสัดส่วนผลผลิตมากสุดประมาณ 68% มาจากพื้นที่ภาคใต้บริเวณ 3 จังหวัด แบ่งออกเป็น กระบี่ 2.75 ล้านตัน/ปี สุราษฎร์ธานี 2.79 ล้านตัน/ปี และชุมพร 1.96 ล้านตัน/ปี ซึ่งการขอความร่วมมือจะดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัดดังกล่าวที่มีการปลูกปาล์มจำนวนมาก คือ กระบี่ สุราษฎร์ธานี และชุมพร







