
ซี.พี.บุกหนักจังหวัดหัวเมือง ปักธง‘คอนวีเนียนโฮเต็ล’
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ปฏิเสธไม่ได้ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวช่วงนี้ ถือเป็นหัวใจหลักในการช่วยผลักดันเศรษฐกิจประเทศ จึงส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องโดยเฉพาะโรงแรม ยังมีโอกาสการเติบโตได้ต่อเนื่อง
นราวดี วรวณิชชา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการลงทุนและบริหารโรงแรม บริษัท ซี.พี.แลนด์ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดโรงแรมปี 2560 ยังมีอัตราการเติบโตที่ดี เพราะตลาดยังมีความต้องการและเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว คาดว่าตัวเลขจีดีพีทางเศรษฐกิจจะมีอัตราการเติบโต 3.5-4% ประกอบกับรัฐบาลให้การสนับสนุนธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องและต้องการให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการขยายเปิดโรงแรมในแต่ละจังหวัดของบริษัทสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี แม้ว่าทั้งปี 2559 อัตราการเข้าพักโรงแรมแบรนด์ ฟอร์จูน ดี และฟอร์จูน ดี พลัส จะลดลงไปอยู่ที่ 57% แต่ในช่วง 2 เดือนหลังตัวเลขอัตราการเข้าพักจะสูงขึ้นมาอยู่ที่ 60% ส่วนแบรนด์ แกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน กรุงเทพฯ มีอัตราการเข้าพักสูง 77% ซึ่งอยู่ในอัตราที่
น่าพอใจ
สำหรับแผนการดำเนินงานภายในปี 2560-2561 จะเปิดตัวโรงแรมใหม่เพิ่มอีก 9 แห่ง กระจายในหลายจังหวัด จำนวน 1,034 ห้องพัก รวมมูลค่า 2,000 ล้านบาท ภายใต้ 3 แบรนด์ คือ ฟอร์จูน แกรนด์, ฟอร์จูน ดี และฟอร์จูน ดี พลัส ซึ่งถึงปี 2561 บริษัทจะมีโรงแรมรวมทั้งสิ้น 14 แห่ง จำนวน 1,906 ห้องพัก จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการแล้ว 5 แห่ง รวม 872 ห้องพัก คือ 1.ฟอร์จูน ริเวอร์ วิว นครพนม ใช้งบลงทุน 350 ล้านบาท 2.ฟอร์จูน วิวโขง นครพนม ใช้งบลงทุน 180 ล้านบาท 3.ฟอร์จูน ริเวอร์วิว เชียงของ จ.เชียงราย ใช้งบลงทุน 250 ล้านบาท 4.ฟอร์จูน ดี แม่สอด จ.ตาก ใช้งบลงทุน 120 ล้านบาท และแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน กรุงเทพฯ ใช้งบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2559 บริษัทได้เข้าไปซื้อโรงแรมเก่า ซึ่งเป็นสินทรัพย์จากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บสส.) หรือ SAM มาปรับปรุงเป็นโรงแรมฟอร์จูน ราชพฤกษ์ จ.นครราชสีมา ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ อ.เมือง อยู่ตรงข้ามกับศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 นครราชสีมา อยู่บนเนื้อที่ 4.5 ไร่ เป็นโรงแรมระดับมาตรฐาน 4.5 ดาว สูง 10 ชั้น จำนวน 159 ห้องพัก ภายในมีห้องประชุมสัมมนาที่สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้สูงสุด 1,000 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุง โดยใช้งบลงทุน 400 ล้านบาท โดยจะมีอัตราการเช่าพักอยู่ที่ 1,800-2,000 บาท/คืน คาดว่าจะปรับปรุงแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปลายเดือน ม.ค. 2560
ปัจจุบัน จ.นครราชสีมา ถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและศูนย์กลางนิคมอุตสาหกรรมมีโครงการเปิดตัวใหม่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าและโรงแรม โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโรงแรมฟอร์จูน ราชพฤกษ์ จะเป็นหน่วยงานราชการ นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว รวมไปถึงพนักงานที่อยู่ในเครือ ซี.พี.เป็นต้น
นอกจากนี้ เพื่อสร้างความแตกต่างและสร้างมูลค่าให้กับโรงแรมแบรนด์ ฟอร์จูน ดี และฟอร์จูน ดี พลัส ซึ่งถือเป็นบัดเจ็ตโฮเต็ล หรือโรงแรมราคาประหยัด บริษัทจึงได้นำแนวคิด “คอนวีเนียนโฮเต็ล” หรือโรงแรมที่มีความสะดวกสบายในการเข้าใช้บริการและมีราคาประหยัด โดยทำเลที่ตั้งโรงแรมดังกล่าวต้องอยู่บนถนนสายหลัก การคมนาคมสะดวก หาง่าย ด้วยการอาศัยเครือข่ายของธุรกิจในเครือ อย่างเช่น “ทรู” มาเอื้ออำนวยความสะดวกในการให้บริการทางด้านเคเบิลทีวี รวมไปถึงไฮสปีดไว-ไฟ ที่รวดเร็วถือเป็นจุดเด่นของที่นี่
“ที่เราใช้คอนเซ็ปต์คอนวีเนียนโฮเต็ล เพราะมั่นใจในจุดขายที่แตกต่าง มีทุกสิ่งที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า โดยแบรนด์ฟอร์จูน ดี ราคาเข้าพักอยู่ที่ 790 บาท/คืน และฟอร์จูน ดี พลัส ราคาเข้าพักคืนละ 1,200 บาท ซึ่งราคาพักจะเป็นมาตรฐานราคาเดียว ไม่มีขึ้นลงตามเทศกาล หรือไม่ว่าจะมาจองล่วงหน้าหรือเดินเข้ามาจองแล้วพักทันที” นราวดี กล่าว
นอกจากนั้น บริษัทยังสนใจขยายฐานไปตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา เวียดนามและอินโดนีเซีย เพื่อพัฒนาในรูปแบบของโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลเพราะกฎหมายการลงทุนในแต่ละประเทศยังไม่ความชัดเจนเท่าที่ควร และปี 2560 จะเปิดตัวคอนโดโลว์ไรส์ จำนวน 5 โครงการ มูลค่า 2,000 ล้านบาท ขณะนี้มีที่ดินรองรับแล้ว 1 แปลง คือ ที่ จ.ระยอง ส่วนอีก 4 แปลง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจาซื้อที่ดิน จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนความคืบหน้าการเสนอตัวในการพัฒนาโรงแรมราคาประหยัดในปั๊มน้ำ ปตท.ขณะนี้ ปตท.ยังไม่ได้คัดเลือกบริษัทเอกชนรายได้เข้าไปร่วมพัฒนาโครงการดังกล่าว
ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนที่จะขยายโครงการคอนโดในต่างจังหวัดอีก 5 แห่ง จำนวน 200 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 2,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัด ปัจจุบันบริษัทเตรียมเปิดขายเฟส 2 โครงการ ทัสคานี มีนบุรี-ประชาร่วมใจ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 75 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวขนาด 50-60 ตารางวา ราคา 4 ล้านบาทขึ้นไป โดยตั้งเป้าว่าภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า สัดส่วนรายได้จะมีรายได้จากขายและให้เช่าในสัดส่วนที่เท่ากัน คือ 50:50 จากปัจจุบันรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอสังหาฯ เพื่อขายเป็นหลัก







