
สั่งสพธอ.ดันชุมชน บูมค้าขายออนไลน์
"พิเชษฐ์" มอบนโยบาย สพธอ.ดันอี-คอมเมิร์ซลงสู่ระดับชุมชนภายใน 1 ปี พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์
"พิเชษฐ์" มอบนโยบาย สพธอ.ดันอี-คอมเมิร์ซลงสู่ระดับชุมชนภายใน 1 ปี พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้ทางสพธอ.ดูแลใน 2 เรื่องใหญ่ของประเทศ คือ 1.เรื่องการทำธุรกรรมการค้าทางพาณิชย์ (อี-คอมเมิร์ซ) ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 12 เดือนจากนี้ จะต้องมีการค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ในระดับชุมชน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายที่กระทรวงมีอย่างอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน โดยให้ สพธอ.ช่วยทำแพลตฟอร์มให้ เพราะปัญหาที่ชุมชนเจอคือการไม่รู้ว่าตลาดอยู่ไหน มีการขนส่งโลจิสติกส์อย่างไร แพ็กเกจบรรจุภัณฑ์การรับ-จ่ายเงิน ซึ่งหากทำให้เข้าถึงระบบเหล่านี้ได้ ก็จะช่วยให้สินค้าชุมชนเข้าถึงตลาดโลกได้
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า เรื่องอี-คอมเมิร์ซนั้นเป็นแนวโน้มที่ถนนทุกสายจะวิ่งไป พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป มีการไหลเข้าไปในระบบดิจิทัลมากขึ้น ทำให้เกิดการเบี่ยงเบนพฤติกรรมการบริโภคจากเดิมที่ออกไปเดินช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้ามาเป็นการช็อปปิ้งออนไลน์แทน
"ส่วนเรื่องความปลอดภัยในระบบโลกไซเบอร์นั้นก็เกิดขึ้นทั่วโลก เมื่อเทคโนโลยีมาก็ต้องรู้ให้เท่าทัน สพธอ.จึงต้องสร้างคน ระบบ และบริการเพื่อคอยดูแลเรื่องนี้" นายพิเชฐ กล่าว
2.เรื่องการรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ (ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้) โดยให้ สพธอ.ไปคิดแพ็กเกจและออกแบบวิธีการทำงานของตัวเองว่าจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ และจะได้รับการจัดสรรในอนาคตอย่างไร มาช่วยทำให้องค์กรของภาครัฐรวมไปถึงภาคเอกชนให้มีความแข็งแรง ทนทานต่อสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในระบบ ซึ่งจะช่วยเสริมการเป็น E-Goverment ให้เข้มแข็งขึ้น
นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ สพธอ. กล่าวว่า เบื้องต้นในปี 2559 สพธอ.ได้รับงบประมาณในการดำเนินการ 400-500 ล้านบาท และในปี 2560 ได้รับประมาณ 700 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบเดิมที่ได้ก่อนหน้านี้ โดยจะยังใช้งบประมาณเดิมที่มีอยู่ในการทำงานให้เต็มประสิทธิภาพที่สุด
นางสุรางคณา กล่าวอีกว่า การขยายตัวของธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) ในช่วงที่ผ่านมา มีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% โดยปีนี้มีมูลค่าอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีมูลค่า 2 ล้านล้านบาท และคาดว่าในปี 2560 อี-คอมเมิร์ซจะมีการเติบโตเกิน 10% โดยคาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 2.5 ล้านล้านบาท เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากแพลตฟอร์มการเข้าถึงระบบอี-คอมเมิร์ซและนโยบายอินเทอร์เน็ตชุมชนที่กระทรวงดีอีกำลังดำเนินการ







