posttoday
คุมขายไอพีโอสถาบัน

คุมขายไอพีโอสถาบัน

28 ธันวาคม 2559

ก.ล.ต.จ่อคุมนักลงทุนรายใหญ่หรือสถาบันที่เซ็นสัญญาขอจองซื้อไอพีโอก่อนเคาะราคา ขีดเส้นมูลค่าระดมทุนต้องมากกว่า 5,000 ล้าน

ก.ล.ต.จ่อคุมนักลงทุนรายใหญ่หรือสถาบันที่เซ็นสัญญาขอจองซื้อไอพีโอก่อนเคาะราคา ขีดเส้นมูลค่าระดมทุนต้องมากกว่า 5,000 ล้าน

นายประกิด บุณยัษฐิติ ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สายระดมทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.มีแผนที่จะออกเกณฑ์ใหม่เพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (ไอพีโอ) สำหรับกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่หรือสถาบันที่เซ็นสัญญาขอจองซื้อก่อนผู้อื่นในทุกช่วงราคาที่กำหนด (Cornerstone Investors) ในเร็วๆ นี้ โดยสามารถทำได้ใน 2 รูปแบบ คือ 1.ขายแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ก่อนที่จะทำการขายไอพีโอ หรือ 2.ขายแบบหลังแบบรายการแสดงข้อมูล (ไฟลิ่ง) มีผลนับหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของไอพีโอ แต่จะมีข้อกำหนดเงื่อนไขว่า Cornerstone Investors จะต้องเป็นเฉพาะผู้ลงทุนสถาบัน

อีกทั้งกำหนดว่าจะสามารถทำได้เมื่อขนาดของมูลค่าของการทำไอพีโอจะต้องมากกว่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป โดยเกณฑ์ใหม่กำลังจะออกนี้จะเป็นเกณฑ์ชั่วคราวเพื่อบังคับใช้เป็นระยะเวลา 1 ปีก่อน จากนั้นจึงจะศึกษาพิจารณาเกณฑ์เทียบเคียงในต่างประเทศเพื่อนำปรับปรุงพัฒนาใหม่ให้มีความยืดหยุ่นดีขึ้น โดยหลักการกลุ่ม Cornerstone Investors จะเป็นนักลงทุนรายใหญ่หรือสถาบันที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในธุรกิจเฉพาะนั้นๆ ของบริษัทที่จะเสนอขายไอพีโอ เพราะในต่างประเทศเมื่อมีการเปิดเผยรายชื่อของ Cornerstone Investors เข้ามาจองซื้อหุ้นไอพีโอด้วยจำนวนที่ระบุไว้ จะช่วยให้นักลงทุนรายย่อยที่ไม่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาลงทุนหุ้นไอพีโอบริษัทเดียวกันมีความสบายใจขึ้น เพราะเห็นว่ามีผู้มาลงทุนที่มีความรู้มาลงทุน ดังนั้น ก.ล.ต.มองว่าเป็นแนวคิดที่ดี เป็นประโยชน์กับทั้งบริษัทผู้ขายไอพีโอและนักลงทุน

สำหรับความแตกต่างระหว่างการมีเกณฑ์ใหม่กับก่อนหน้านี้ที่ไม่มีเกณฑ์รองรับ แต่ยังสามารถขายไอพีโอแบบ Cornerstone Investors ได้นั้น ดังนั้นผู้ขายจึงต้องหาแนวทางว่าช่องทางปกติของเกณฑ์การขายไอพีโอเดิมสามารถทำอะไรได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.มีความเป็นห่วงว่าในกรณีการทำไอพีโอขนาดเล็กไม่มีความจำเป็นต้องขายแบบ Cornerstone Investors ทำให้การกระจายหุ้นอาจทำได้ไม่ดีเพียงพอ อีกทั้งการมี Cornerstone Investors จะเข้ามาช่วยสนับสนุนจองซื้อหุ้นไอพีโอก่อนการกำหนดราคาเสนอขายในการทำไอพีโอในดีลขนาดใหญ่ เพราะช่วยลดความเสี่ยงให้ผู้รับประกันการจัดจำหน่าย (อันเดอร์ไรเตอร์) ในการขายหุ้นไอพีโอว่ามีโอกาสสามารถขายได้หมด ช่วยเรียกความเชื่อมั่นกับนักลงทุน มีโอกาสทำให้ดีลประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ นักลงทุนสถาบันต่างประเทศ 2 ราย เซ็นสัญญาเพื่อขอจองซื้อก่อนผู้อื่นในทุกราคาประกอบด้วย คือ Capital Research จำนวน 90 ล้านหุ้น และเครดิตสวิส จำนวน 20 ล้านหุ้น จากช่วงราคาระหว่าง 18-21 บาท/หุ้น ก่อนจะสรุปราคาจองซื้อโดยวิธีการสำรวจความต้องการซื้อของนักลงทุนสถาบัน (บุ๊กบิวดิ้ง) ที่ราคา 21 บาท/หุ้น

ขณะที่นักลงทุนทุกกลุ่มทั้งรายย่อย สถาบันในและต่างประเทศมีความต้องการซื้อสูงกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรให้จริง 5 เท่าของจำนวนหุ้นที่เสนอขาย โดยเปิดให้นักลงทุนทั่วไปจองในระหว่างวันที่ 18-20 ต.ค. 2559

ด้านผู้บริหาร BPP ให้ข้อมูลว่า ตามแผนการลงทุน 9 ปี หรือจนถึงในปี 2568 จะเพิ่มขนาดเมกะวัตต์ของโรงไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มเป็น 4,300 เมกะวัตต์ บริษัทจะใช้งบลงทุนประมาณ 700-750 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งดีอีจะยังต่ำกว่า 1 เท่า โดยจะทยอยเพิ่มเป็นในปี 2561 เพิ่มเป็น 2,468 เมกะวัตต์ ในโครงการโรงไฟฟ้าทุกประเภท พร้อมทั้งในปี2568 วางเป้าหมายจะมีสัดส่วนโรงไฟฟ้าที่มาจากพลังงานหมุนเวียนสัดส่วนประมาณ 20% ทั้งพลังงานลม โซลาร์ ไอโอแมส เขื่อนพลังงานน้ำ และพลังงานความร้อนใต้พิภพ ส่วนโรงไฟฟ้าปกติจะมีทั้งพลังงานถ่านหินและก๊าซธรรมชาติกลยุทธ์จะมาจากทั้งการเข้าไปลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ รวมถึงใช้วิธีการเข้าซื้อกิจการจากปัจจุบันที่มีพอร์ตขนาด 1,913 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ BPP เป็นธุรกิจลงทุนใน บริษัทอื่น แต่มีธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีรายได้หลักมาจากการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป และขยายการลงทุนไปยังโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว